สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า กลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ แสดงความพร้อมปล่อยตัวประกันทั้งหมด “ทั้งที่มีชีวิตและเสียชีวิตแล้ว” ตามรูปแบบการแลกเปลี่ยนกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ ซึ่งอยู่ในข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โดยเงื่อนไขของสภาพการณ์ภาคพื้นดินสำหรับการแลกเปลี่ยน “จะต้องเป็นไปตามที่กำหนด”
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮามาสยืนยัน “การยอมรับที่จะมอบอำนาจการบริหารฉนวนกาซา” ให้กับ “หน่วยงานปาเลสไตน์ที่เป็นกลางและอิสระ” บนพื้นฐานของ “ฉันทามติแห่งชาติปาเลสไตน์และการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศอาหรับและอิสลาม”
President Donald J. Trump shares a powerful message in response to Hamas' statement regarding his peace plan:
— The White House (@WhiteHouse) October 3, 2025
"Very importantly, I look forward to having the hostages come home." pic.twitter.com/RZArVNcXc9
สำหรับอนาคตของฉนวนกาซาและสิทธิของชาวปาเลสไตน์ แถลงการณ์ของกลุ่มฮามาสระบุว่า เรื่องนี้ “เชื่อมโยงกับจุดยืนระดับชาติที่ครอบคลุมโดยอิงตามกฎหมายและมติระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และกำลังอยู่ระหว่างการหารือในกรอบระดับชาติ” ซึ่งกลุ่มฮามาสจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ขณะที่ทาเฮอร์ อัล-นูนู โฆษกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส กล่าวว่า ท่าทีของผู้นำสหรัฐเกี่ยวกับการให้อิสราเอลยุติทิ้งระเบิดในฉนวนกาซา “น่ายินดี” และช่วยผลักดันให้กลุ่มฮามาสจะมีความพร้อมมากขึ้น
หลังจากนั้นไม่นาน ทำเนียบชาวเผยแพร่คลิปการแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขอบคุณกาตาร์ ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอียิปต์ สำหรับความพยายามในการช่วยเจรจาข้อตกลงสันติภาพ แต่ยอมรับว่า การเจรจายังคงต้องดำเนินต่อไป “เพื่อให้บรรลุผลที่เป็นรูปธรรม” และเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน
ด้านสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง และหลายประเทศในยุโรป ต่างออกมาแสดงความยินดีกับความคืบหน้าครั้งสำคัญจากกลุ่มฮามาส แม้อิสราเอลยังคงสงวนท่าทีก็ตาม.
เครดิตภาพ : AFP



