สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า วุฒิสภาสหรัฐจัดการอภิปรายและลงมติเกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลกลางพ้นจากภาวะชัตดาวน์ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอการใช้จ่ายสองฉบับ ฉบับหนึ่งมาจากพรรคเดโมแครตและอีกฉบับจากพรรครีพับลิกัน ไม่สามารถได้รับเสียงสนับสนุนถึงเกณฑ์ที่กำหนดคืออย่างน้อย 60 เสียง โดยข้อเสนอของพรรครีพับลิกัน ได้รับเสียงสนับสนุน 54 เสียง คัดค้าน 44 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ส่วนข้อเสนอของพรรคเดโมแครตได้รับเสียงสนับสนุน 46 เสียง คัดค้าน 52 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง


ขณะที่นายจอห์น ธูน แกนนำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา และนายชัค ขูเมอร์ แกนนำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ต่างยังคงกล่าวโทษกันไปมา สะท้อนว่า การเจรจาหาทางออกยังไม่มีความคืบหน้า


ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า พรรคเดโมแครตยังคง “จับชาวอเมริกันเป็นตัวประกัน” และเตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจ “ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน” จากภาวะชัตดาวน์ ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้สูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 484,852.25 ล้านบาท) ในแต่ละสัปดาห์ เนื่องจากอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น


แม้ทำเนียบขาวยังไม่ได้กำหนดขอบเขตหรือกรอบเวลาสำหรับการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐครั้งใหม่ แต่เตือนว่า จะมาจากหน่วยงานที่ “ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของรัฐบาลชุดนี้”


ขณะที่ชาวอเมริกันยังคงมีความเห็นแตกต่างกันไปเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ โดยผลสำรวจของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่า 47% ของกลุ่มตัวอย่าง โทษพรรครีพับลิกัน เทียบกับ 30% ซึ่งโทษพรรคเดโมแครต.

เครดิตภาพ : AFP