เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และเป็นเจ้าของเพจ “หมอเจด” ที่ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลายคนอาจคิดว่า “มะเร็งกระเพาะอาหาร” เป็นเรื่องไกลตัวและจะเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความจริงแล้วพบคนอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่สะสมไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูปจัด ๆ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การติดเชื้อที่ไม่ได้ตรวจพบ ถ้าเราเข้าใจสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้มีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้นครับ
1.ท้องอืด อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่นท้อง
อาการท้องอืดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือไม่ดีขึ้นแม้กินยาลดกรด ไม่ใช่เรื่องเล็กครับ มันอาจบอกว่ากระเพาะอาหารกำลังมีปัญหาที่ซ่อนอยู่ ดังนั้นถ้าอืด แน่น หรือจุกเรื้อรัง ควรรีบตรวจเพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนครับ
2.ปวดท้องช่วงบน (ลิ้นปี่) โดยไม่รู้สาเหตุ
ปวดตื้อ ๆ จุก ๆ แถวลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงซ้าย ทั้งตอนท้องว่างและตอนอิ่ม ถ้าอาการแบบนี้ไม่หายไปเอง อย่าคิดว่าเป็นโรคกระเพาะธรรมดา เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายครับ
3.อิ่มเร็วกว่าปกติ กินได้น้อยลง
ถ้าอยู่ดี ๆ กินไปไม่กี่คำก็แน่นท้อง อิ่มเร็วผิดปกติ อาจเป็นเพราะมีก้อนบางอย่างในกระเพาะอาหารที่ลดพื้นที่เก็บอาหาร เรื่องนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเข้าตรวจให้แน่ชัดครับ
4.น้ำหนักลดลงฮวบฮาบโดยไม่ตั้งใจ
น้ำหนักที่หายไป 5-10% ภายในไม่กี่เดือน ทั้งที่ไม่ได้ไดเอตหรือออกกำลังกายหนัก ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรรีบตรวจทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหลายชนิดครับ
5. คลื่นไส้ อาเจียน หรือกลืนลำบาก
ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียนบ่อย ๆ หรือรู้สึกกลืนอาหารไม่สะดวก เหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้ามีอาเจียนเป็นเลือดหรืออาหารเก่าออกมา ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนครับ
มะเร็งกระเพาะอาหารอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่สัญญาณเล็ก ๆ ที่ร่างกายส่งมาบอกเรานั้นสำคัญมาก หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ อย่าคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะธรรมดา ควรรีบตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ยิ่งเจอเร็ว โอกาสรักษาหายขาดก็สูงขึ้น อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณซ้ำ ๆ ก่อนค่อยใส่ใจ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากการสังเกตตัวเองทุกวันครับ



