ทำเอาแฟน ๆ เป็นห่วงและสงสัยหนัก เมื่อนักแสดงสาวสวย “ชาล็อต ออสติน” ได้ออกมาโพสต์ข้อความดุเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยล่าสุด ชาล็อตได้มาเปิดใจถึงที่มาของโพสต์ดังกล่าว ในงานบวงสรวงซิทคอม “Unlimited Love บริษัทนี้ไม่มีจำกัด” พร้อมอัปเดตอาการป่วยและคดีมิจฉาชีพที่เงินสูญไปหลายล้าน
โดย ชาล็อต เผยว่า “ไม่โอเคเลยค่ะอันนี้ หนูว่า 3 ปีที่อยู่มา หนูโดนวิจารณ์ โดนติ โดนด่าค่อนข้างที่จะเยอะ หนูก็เห็นแล้วหนูค่อนข้างที่จะปล่อยผ่านไปในแต่ละปี ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเอง ดูแลมายด์เซตตัวเองได้ แต่ว่าครั้งนี้เคสนี้ พูดถึงพ่อแม่เราบุพการีเราไม่ดีเลย เรารู้สึกว่ามันลามปามเกินไป หนูแค่ไม่ยอมเฉยๆ”
“ต้นเหตุของการโพสต์ มันคือเขาแค่ไม่ชอบหนูเฉยๆ แค่นั้นเลย เหมือนเป็นแอนตี้แฟน ไม่ชอบก็เลยหาเรื่องมาว่าเรา แต่ดันไปว่าถึงแม่ถึงครอบครัวเรา แล้วมันเป็นเรื่องที่เรารู้สึกเซนซิทีฟตรงที่ว่าพ่อแม่เราแยกทางกัน แล้วมาพูดว่าแม่ทิ้งเราเหมือนที่พ่อทิ้งแม่ เราก็เลยรู้สึกว่าคิดอย่างนี้ได้ยังไง รู้สึกเซนซิทีฟไปช่วงหนึ่ง ก็เลยให้กฎหมายจัดการไปเลย เรารู้ตัวแล้วนะคะว่าเขาอยู่ที่ไหน”

ชาล็อต เผยต่อว่า “การฟ้องในครั้งนี้หนูแค่อยากบอกมากกว่าว่าหนูเข้าใจว่ามีคนไม่ชอบหนูเยอะ มีคนไม่โอเค มีคนติ มีคนวิจารณ์ในสิ่งที่หนูเป็น ไม่ชอบที่หนูเป็นหนู หนูเข้าใจมาก ในวงการบันเทิงมันมีสิ่งนี้อยู่แล้ว แต่แค่อย่าลามปามไปถึงพ่อแม่หนูได้ไหม ขอแค่เรื่องเดียว จะว่าหนูร้องเพลงไม่เพราะ แสดงไม่ได้ อะไรก็แล้วแต่ ยินดีพร้อมรับคำด่า แต่หนูขอเรื่องพ่อแม่ไว้เรื่องเดียว คิดว่าหลายคนคงเป็นเหมือนกัน ถ้าเกิดว่าอยู่ดีๆ มีคนมาว่าพ่อแม่เราก็คงไม่โอเค”

“จริงๆ ก็ใช้กฎหมายจัดการมาแล้วสองรอบ เจอตัวทั้งสองรอบเลย พอถึงเวลาจริงๆ เขาก็จะขอโทษ เราก็พยายามจะไม่ใจอ่อน แต่บางคนอายุ 70 หนูก็ไม่อยากใจร้าย เขามาว่าหนูว่าตอแหล มันก็ฟ้องได้ ก็เลยฟ้องให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกคนก็จะวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบให้เสียชื่อเสียง หนูก็เลยรู้สึกว่าก็ต้องฟ้องเพราะมันสามารถจับตัวได้ง่าย แต่ถ้าอันไหนที่มันยากก็จะต้องใช้กระบวนการอีกนาน”
“เขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไร หนูทักไปโทรฯ ไป เขาก็ยังไม่รับสายหนูเลย หนูยอมรับว่าโกรธจริงแล้วก็โทรฯ ไป เห็นปุ๊บหนูก็หาแอคเคานท์ เจอแล้วก็กดโทรฯ เขาก็ไม่รับ จริงๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่ด้วยอารมณ์เรา (สติสัมปชัญญะเขาเต็ม 100% ใช่ไหม?) 100% ค่ะ เป็นบ้านมีฐานะด้วย อายุ 70 เคสนี้ไม่ได้เป็นเคสล่าสุดค่ะ คนที่เป็นเคสล่าสุดอยู่ต่างประเทศประเทศที่บินไกล เคยไปมาแล้ว กับเคสที่เป็นคนอายุ 70 หนูก็ได้คุยมา แล้วฟ้องไป 50,000 เอง ก็ไม่ได้เยอะเ พราะทีแรกจะปรับ 100,000 เพราะมันสูงสุด เขาบอกว่าเขามีให้ประมาณ 10,000 ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้หรอก ทนายเขาบอกว่าไม่ได้ แต่เขาก็บอกว่าถ้าไม่ได้ก็ไปชั้นศาล เรารู้สึกว่าไปชั้นศาลอีกแล้วอ่ะก็เลยตัดสินใจหมื่นก็หมื่น แล้วก็เอาเงินไปทำบุญ ไม่ได้เอาไปใช้อะไร”

ชาล็อต เผยอีกว่า “มีแอคเคานท์ที่เข้ามาด่าเราคือเยอะมาก ไปทำอะไรให้เอ่ย แต่ก็ไม่เป็นไร เห็นปุ๊บเราก็บล็อกตามที่จิตแพทย์บอก เราก็ยังไปหาจิตแพทย์อยู่ตามปกติ ก็เพิ่งไปหามาตามที่หลายๆ คนบอกให้ไปหาหมอ ด้วยความที่เป็นคนโซเชียลเอนไซตี้ เป็นโรควิตกกังวล คิดมากคิดเล็กคิดน้อย เราก็ได้ไปหาหมออาการก็ดีขึ้น”
“มันคือการสะสมมาระยะยาว แล้วบวกกับเราเจอเรื่องมิจฉาชีพเมื่อปีที่แล้ว มันกลายเป็นว่าเราไม่ได้ไปรักษาเลย คุณหมอก็บอกว่าอยู่ได้ไง เพราะสมองเราคิดหลายอย่างมาก หนูเป็นคนคิดเยอะ พอเจอเรื่องแบบนี้มันยิ่งคิด ไม่มีทางมีความสุขได้แน่นอน หลายๆ อย่างหลายๆ เหตุการณ์ชีวิตประจำวันมันก็ส่งผลเหมือนกัน อย่างการที่เรามาทำงานแล้วเรารู้สึกไม่แฮปปี้เพราะเราคิดเยอะ แต่พอทานยาไปเราก็รู้สึกว่ามันดีขึ้นมากค่ะ อาการแพนิคก็ดีขึ้น ส่วนโรคซึมเศร้าไม่เป็นแล้วค่ะ”

“ดีใจแล้วก็อยากบอกทุกคนที่เป็นเหมือนกันว่าไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวที่จะไปหาหมอจิตแพทย์เลย เพราะต่อให้คนจะบอกว่าเราไม่ควรทานยา ควรรักษาด้วยตัวเอง แต่ในเรื่องสารเคมีในสมอง หนูว่าเป็นสิ่งที่เราควรไปปรึกษาหมอ ถ้ามันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”
“ความคืบหน้าที่โดนมิจฉาชีพยื่นอุทธรณ์มาเมื่อประมาณสองเดือนที่แล้ว มันก็เลยต้องผลัดไปอีกสี่เดือน แล้วก็ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ศาลจะเรียกเข้าไปนัดคุยเจรจา เดี๋ยวต้องรอดูในสิ้นเดือนนี้ค่ะ สู้อยู่ค่ะ จ่ายไปเยอะไม่ไหวแล้ว ก็ต้องเอาให้ได้ค่ะ เป็นไงเป็นกัน”

“คิดว่าปลายเดือนนี้ต้องจบสวยค่ะ เพราะว่าฝากความหวังไว้ที่ทนาย ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถามว่าหวังไหม มันเกิน 50 ไปแล้ว คิดว่าคงไม่ได้หรอกมั้ง แต่ถ้ามันได้มันก็ดีนะ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่อายัดไว้ได้มันก็ดีเหมือนกัน แต่ตามกฎหมายแล้ว หนูก็ต้องรอให้เขาทำตามกระบวนการไปตามนั้นค่ะ”
“ไม่เคยเจอค่ะ เพราะเขาขอยื่นอุทธรณ์ ซึ่งตอนนั้นเราติดงานอยู่ที่ยุโรป กลายเป็นว่าทนายเป็นคนไปเจอและเจรจา ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคุณป้าอีกแล้ว เป็นคุณป้าขายผัก แล้วเขาไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร เขาได้เงินแค่นิดเดียว เขาทำด้วยความไม่รู้ ซึ่งเคสนี้กำลังคุยกับทนายว่าวันที่เราไปคุยไปเจอ เราจะทำยังไงได้บ้าง เดี๋ยวเป็นยังไงจะมาอัปเดตแน่นอน“

“ฝากถึงเกรียนคีย์บอร์ด ถ้าจะว่าอะไรก็เดินมาว่าต่อหน้าก็ได้ดีกว่าค่ะ ไม่ต้องพิมพ์หรอก หนูมองว่าคนเราเจอเรื่องที่เครียดเยอะแล้วบางทีในโซเชียลไม่ต้องไปอะไรกับมันมาก ถ้าไม่ชอบก็แค่ปล่อย ถ้าเครียดไม่รู้จะทำอะไร อยากจะลงที่ฉันเหลือเกิน เธอมาดูเรื่องนี้เพราะฉันเล่นให้เธอได้สะใจเลยล่ะ เธอมาดูฉันในซีรีส์ก็ได้ แล้วถ้าเกิดว่าเธอไม่ชอบ เธอมาหาฉันได้เลย ฉันอยู่ MGI ที่นี่ เธอก็มาบอกฉันว่าเธอไม่ชอบฉัน โอเคฉันขอโทษนะ แล้วให้ทำยังไงล่ะในเมื่อฉันเป็นแบบนี้เนี่ย เอาอย่างนี้ดีกว่า ลองเปิดใจดูหน่อย หนูแค่เป็นคนหน้าแรง หน้าดุเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วหนูเป็นคนน่ารัก”


ขอบคุณภาพจาก_itscharlotty



