เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการที่รัฐบาลมีแนวคิดจะทำประชามติควรยกเลิกทำ MOU 43-44 หรือไม่นั้น จากการสำรวจของนิด้าโพลทราบว่าประชาชนเกือบ 70% ยังไม่ทราบเนื้อหาของ MOU 43-44 ซึ่งมีความเห็นจากทั้งฝ่ายสนับสนุนให้เดินหน้าทำประชามติ และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งล้วนมีเหตุผลของตัวเอง อย่างไรก็ตามเวลา 4 เดือนนี้รัฐบาลควรเร่งให้ข้อมูลเนื้อหาสาระและข้อดีข้อเสียของ MOU ทั้ง 2 ฉบับ ต่อประชาชน โดยเริ่มจากการทำคัมภีร์สรุปประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับ MOU 43-44 เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจ และเรื่องนี้เป็นประเด็นทางเทคนิค กฎหมายระหว่างประเทศ และเขตแดน ซึ่งแม้แต่คนที่ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันไปคนละทิศละทาง
นายนพดล กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะไปถามประชาชนในการทำประชามติอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้า ตนเคยเสนอให้รัฐบาลมอบให้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปศึกษาข้อดีข้อเสีย และชั่งน้ำหนักว่าจะยกเลิก MOU 43-44 หรือไม่ เพราะหน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่มีองค์ความรู้ และมีหน้าที่ได้ปฏิบัติตาม MOU มาอย่างต่อเนื่อง 20 กว่าปี เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมแผนที่ทหาร กรมอุทกศาสตร์ และกองทัพ ควรจะมีท่าทีเกี่ยวกับข้อดีหรือข้อเสียของ MOU เพราะคุ้นเคย และเข้าใจเนื้อหาดีกว่าประชาชน
นายนพดล กล่าวว่า ตนเห็นว่า ฝ่ายบริหารสามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้มาก นอกจากนั้น ถ้าหลังการให้ข้อมูล และมีการถกเถียงจนตกผลึก ฝ่ายบริหารอาจจะมาไตร่ตรองตัดสินใจได้ว่ายังจะคงเดินหน้าทำประชามติยกเลิก MOU 43-44 หรือไม่ก็ได้



