เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ต.ค. เวลา 06.00-21.00 น. ทีมสัตวแพทย์รายงานผลการติดตามอาการของ “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง ซึ่งอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พบว่าอาการโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยลูกช้าง “ข้าวต้ม” สามารถกินนมและดื่มน้ำได้ตามปกติ มีการขับถ่ายดี อุจจาระมีลักษณะเนื้อครีมปนเหลวสลับเหลว สีเหลืองอ่อน ปัสสาวะปกติ ไม่มีอาการปวดเบ่ง ขณะที่แผลบริเวณสะดือและอวัยวะเพศมีอาการดีขึ้น ส่วนบริเวณเล็บยังคงต้องทำแผลต่อเนื่อง พบหนองเพียงเล็กน้อย
ทีมสัตวแพทย์รายงานเพิ่มเติมว่า ลูกช้างเริ่มมีกำลังมากขึ้น สามารถถีบตัวเพื่อพยายามยืนเองได้บ่อยครั้ง โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ช่วยพยุงตัว ยืดเหยียดขา และนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อระหว่างเดิน พร้อมทั้งใช้เครื่องอัลตราซาวด์บำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ยังได้ให้โปรไบโอติกเพื่อปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งผลพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ การดูแลลูกช้างป่าข้าวต้มอยู่ภายใต้การกำกับของ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ร่วมกับ สพ.ญ.มัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) และ น.สพ.วิศรุต ปิยะศิริศิลป์ นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งดูแลอย่างใกล้ชิด



