เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” สส.กทม.พรรคประชาชน ได้ออกมาทวีตข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) Nattacha Boonchaiinsawat โดยแสดงความเสียใจต่อเหตุสลด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาปลาหมอคางดำ ที่ลุกลามหนักจนเกษตรกรฆ่าตัวตาย พร้อมเสนอจัดตั้งกองทุนเยียวยา และสอบสวนต้นตอการนำเข้าสายพันธุ์อย่างโปร่งใส ย้ำการสูญเสียครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “รัฐบาลไร้หัวใจ ปล่อยให้ชาวบ้านตายเพราะปลาหมอคางดำ ประกาศเป็นวาระแห่งชาติแบบไหน ถึงเงียบสนิทจนมีคนฆ่าตัวตายขนาดนี้ เกิดเหตุสลดในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลแพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อเกษตรกรหญิงวัย 60 ปี ซึ่งประกอบอาชีพทำนากุ้ง ได้กินยาฆ่าตัวตายเสียชีวิตในบ้านพัก หลังมีอาการเครียดสะสมจากการขาดรายได้ และหนี้สินจำนวนมาก สาเหตุสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ และอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่อย่างหนัก ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเคยมีรายได้ดีจากการเลี้ยงกุ้งและปลาน้ำจืด แต่หลังจากปลาหมอคางดำระบาดอย่างรุนแรงในช่วงสองปีที่ผ่านมา กุ้งและปลาที่เลี้ยงไว้ตายเกือบทั้งหมด ทำให้ขาดทุนต่อเนื่อง ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงเกิดความเครียดและตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย”

อีกทั้ง “เหตุการณ์นี้ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายที่สองในพื้นที่เดียวกัน จากปัญหาปลาหมอคางดำ โดยก่อนหน้านี้มีเกษตรกรชายรายหนึ่งผูกคอตายด้วยสาเหตุเดียวกัน เหตุการณ์ดังกล่าว “ไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์น้ำต่างถิ่น แต่มันคือโศกนาฏกรรมจากความเพิกเฉยของรัฐ คนตายไปแล้วสองศพ เพราะความล้มเหลวของรัฐบาล แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย เหมือนไม่เห็นชีวิตของชาวบ้านอยู่ในสายตา ปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายมาถึงขนาดนี้ได้ยังไง” ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสมุทรสงครามเท่านั้น แต่ลุกลามไปทั่วหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก กระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกุ้งนับพันราย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐกลับยังไม่มีแผนจัดการหรือมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน”

นอกจากนี้ “รัฐบาลออกมาประกาศให้ปลาหมอคางดำ เป็นวาระแห่งชาติแล้วก็จริง แต่คำถาม คือ เป็นวาระแห่งชาติแบบไหน ถึงเงียบสนิท ไม่มีการขยับ ไม่มีแผน ไม่มีการเยียวยา จนชาวบ้านต้องฆ่าตัวตายซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าแบบนี้เรียกว่าวาระแห่งชาติ ก็เป็นวาระแห่งชาติที่ไร้หัวใจที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา แม้รัฐบาลจะเหลือเวลาเพียง 4 เดือนในการบริหารประเทศ แต่ก็ต้องมี “ความจริงใจในการแก้ปัญหา” อย่าหลบหลังคำว่าเวลาน้อย หรือโยนภาระให้หน่วยงานอื่น รัฐบาลต้องลงมือเอง ต้องมีหัวใจ ต้องฟังเสียงชาวบ้าน เพราะคำถามตอนนี้ไม่ใช่ว่าใครจะรับผิดชอบศพที่สาม แต่คือจะปล่อยให้มีคนต้องตายอีกกี่คน ถึงจะเริ่มลงมือทำจริงจังเสียที ส่วนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำปลาหมอคางดำเข้ามาจนเกิดการแพร่ระบาด ทุกวันนี้ยังนอนหลับสบายดีอยู่หรือเปล่า ในขณะที่เกษตรกรต้องตื่นมาพร้อมกับความว่างเปล่า ลูกเมียไม่มีจะกิน หนี้สินล้นหัว จนต้องถึงขั้นฆ่าตัวตาย แต่คนที่เป็นต้นเหตุกลับไม่แม้แต่จะออกมาขอโทษประชาชน”

อย่างไรก็ตาม “ผมขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยตรง พร้อมเสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ” อย่างเร่งด่วน รวมถึงดำเนินการสอบสวนต้นตอการนำเข้าสายพันธุ์ดังกล่าวอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีกในอนาคต ท้ายที่สุด ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของเกษตรกรหญิงในจังหวัดสมุทรสงคราม การสูญเสียครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น เธอไม่ได้ตายเพราะยอมแพ้ แต่เพราะถูกระบบที่ไม่เห็นหัวประชาชนบีบจนไร้ทางออก ผมอยากบอกกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและพี่น้องเกษตรกรทุกคนว่า พวกเราเห็นคุณค่า เห็นความเจ็บปวด และจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป ทุกชีวิตที่สูญเสียเพราะความล้มเหลวของนโยบาย คือเสียงเตือนที่ดังที่สุดต่อผู้มีอำนาจ ผมขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ และขอให้ความสูญเสียในครั้งนี้ เป็น “ครั้งสุดท้าย” ที่ชาวบ้านต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับความเฉยชาของรัฐ”

ขอบคุณข้อมูล : Nattacha Boonchaiinsawat