นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.ย.2568 เท่ากับ 100.11 ลดลง 0.72%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นการลดลงต่อเนื่อง 6 เดือนติด  นับจากเดือน เม.ย.68  โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาสินค้ากลุ่มพลังงานลดลง ทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงตามราคาพลังงานโลกและนโยบายรัฐบาล ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหารยังคงลดลง โดยเฉพาะไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด โดยเงินเฟ้อรวม 9 เดือนของปี 68 (ม.ค.-ก.ย.) เพิ่มขึ้น 0.01%

“การที่เงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 6 เดือน ไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะสาเหตุหลักมาจากกลุ่มพลังงานและอาหารสด ที่ปรับลดลงเป็นตัวฉุด แต่เมื่อดูเงินเฟ้อพื้นฐาน ยังไม่ลด แสดงว่าความต้องการยังมีอยู่ ส่วนการจ้างงานก็คงที่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังทรงตัว โดยขณะนี้ พูดได้ว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อต่ำ แต่ไม่ใช่เงินฝืด 

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ก.ย.68 ที่ลดลง 0.72% มาจากการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 0.99%  โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน แก๊สโซฮอล์ ค่ากระแสไฟฟ้า ดีเซล เบนซิน ของใช้ส่วนบุคคล ได้แก่ แชมพู สบู่ถูตัว กระดาษชำระ น้ำยาระงับกลิ่นกาย  ค่าโดยสารเครื่องบิน เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยารีดผ้า ส่วนสินค้าบริการสำคัญหลายรายการที่ราคาสูงขึ้น อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าแต่งผมบุรุษและสตรี และอาหารสัตว์เลี้ยง

ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.24% จากกลุ่มผักสด ต้นหอม มะนาว ผักกาดขาว ผักชี พริกสด  กลุ่มผลไม้สด เช่น ทุเรียน มะม่วง ไข่ไก่ ข้าวสารเหนียว ด้านส่วนสินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ กลุ่มอาหารสำเร็จรูป  กลุ่มปลาและสัตว์น้ำ  กาแฟ เครื่องประกอบอาหาร เช่น กะทิสำเร็จรูป น้ำมันพืช มะพร้าว  ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.65% ชะลอลงจากเดือน ส.ค.68 ที่เพิ่มขึ้น 0.81% รวม 9 เดือน เพิ่มขึ้น 0.90%

นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาส 4 ของปี 68 คาดจะอยู่ใกล้ระดับ 0% และยังได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 68 จากเดิม 0.0–1.0% (ค่ากลาง 0.5%) มาอยู่ที่ 0.0% เนื่องจากเงินเฟ้อ 3 ไตรมาสแรกของปี 68 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในระดับต่ำ ราคาผักสดและผลไม้สดยังต่ำกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก และภาครัฐยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลง