เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ห้องกรุงธน บอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรมรอยั ริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า กอ.รมน. ได้จัดประชุมหน่วยขึ้นตรงกอ.รมน. (นขต.กอ.รมน.) วาระพิเศษและการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. เพื่อแนะนำตัวผู้บริหาร กอ.รมน. และปฐมนิเทศหน่วยงาน กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด (รอง ผอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายทหาร) ได้รับความรู้ถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ ของ กอ.รมน.
พล.ท.ธนาธิป กล่าวว่า ซึ่งการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้แน่นแฟ้น อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อม การบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงรองรับสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ รอง ผอ.รมน. เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. และผู้บริหาร กอ.รมน. เข้าร่วมการประชุม
พล.ท.ธนาธิป กล่าวอีกว่า สำหรับการปฐมนิเทศ ในวันนี้ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในการทำงานต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอเกี่ยวกับความชัดเจนในบทบาทขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ในการทำงานของ กอ.รมน. ได้อย่างสม่ำเสมอ และได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ
พล.ท.ธนาธิป กล่าวต่อว่า โดยได้มอบแนวทางการทำงานให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ 1.ให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน มุ่งเน้นทั้งเชิงรุกและการป้องกัน ต้องรู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่คู่ขนานไปกับการแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ โดยอาศัยฐานข้อมูลการประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนข่าวสาร รวมทั้งความร่วมมือจากมวลชนซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญ
พล.ท.ธนาธิป กล่าวอีกว่า 2.การกำกับดูแลของทุกส่วนงานให้เป็นไปตามทิศทางและแนวทางที่กำหนด โดยให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน. จะต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญจากส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่ 3.การดำเนินงานแผนงานและโครงการของแต่ละหน่วยจะต้องทำผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลงานต่อไปในอนาคต
พล.ท.ธนาธิป กล่าวต่อว่า 4.กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ต้องเพิ่มบทบาทด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะกอ.รมน.จังหวัด ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อีกทั้งจะต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน
พล.ท.ธนาธิป กล่าวอีกว่า 5.การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องริเริ่มและพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขหรือผลกระทบที่ซ้ำเติมปัญหาเดิม เน้นงานข่าวกรองต้องทันเวลา อีกทั้งจะต้องมีการสร้างความร่วมมือ
พล.ท.ธนาธิป กล่าวต่อว่า จากภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ การทำงานจะต้องยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการประสานงานกับส่วนราชการภายนอกต้องมีความชัดเจนและมีเอกภาพ การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวได้ประสานบูรณาการร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดน และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
พล.ท.ธนาธิป กล่าวย้ำว่า ในพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชา กอ.รมน.จังหวัด ต้องเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมการรณรงค์ให้มวลชนของ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติอย่างชัดเจน สุดท้ายของการประชุม ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารทุกท่านที่เข้ารับการปฐมนิเทศได้เพิ่มพูนความรู้ในเรื่องบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ ระเบียบ คำสั่ง รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ และขอให้ขยายผลการทบทวนหลังการปฏิบัติ เพื่อนำไปเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป



