เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวกรณีนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจจาก นายเบน สมิธ ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง 100 ล้านบาท จากการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ตนไม่คิดว่าการที่นายรังสิมันต์อภิปรายจะเป็นการกล่าวหา เพราะนายรังสิมันต์ได้อภิปรายในข้อเท็จจริง และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็มีความเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ และสิ่งที่น่าห่วง คือ ทนายที่ดําเนินการฟ้องร้องนายรังสิมันต์ ก็เกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส เรื่องนี้จึงอยากให้สังคมเป็นผู้ตัดสินว่าการดำเนินคดีเหมาะสมหรือไม่ ทั้งที่ทำหน้าที่ในการอภิปรายอย่างตรงไปตรงมาในสภา เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นการฟ้องปิดปาก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันตัดสินว่ามีการฟ้องร้องปิดปากหรือไม่ เชื่อว่าสังคมมองเห็นอยู่ว่าการฟ้องร้องนี้มีวัตถุประสงค์อะไร และการที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าจะเชิญไปรับประทานอาหารเย็นที่ จ.พะเยา นั้น ก็เพียงพอที่จะทราบอยู่ว่าวัตถุประสงค์การดําเนินคดีเป็นอย่างไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตามข้อบังคับในการอภิปราย ถ้ามีการพาดพิงถึงคนนอกสภาก็อาจจะมีการฟ้องร้องที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งมีกลไกที่ทําให้ผู้เสียหายสามารถร้องต่อประธานรัฐสภา ในการให้สมาชิกกล่าวคําขอโทษต่างๆ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นกระบวนการปกติที่บุคคลสาธารณะควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่ควรถูกดำเนินคดีแบบนี้
ส่วนกรณีของนายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีหนังสือขอโทษถึง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด หลังถูกฟ้องร้องกรณีอภิปรายเรื่องเขากระโดง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้มีการตั้งคณะกรรมการวินัยแล้ว เบื้องต้นมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการดีกว่า.



