กรณีคนร้ายแต่งกายชุดดำพร้อมอาวุธปืนครบมือ บุกปล้นทองรูปพรรณร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ตั้งอยู่ภายในห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 5 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายได้ทองรูปพรรณไปประมาณ 600 บาท ค่า 36 ล้านบาท และยังใช้อาวุธปืนยิง ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย นายสิบอาวุธเบาชุดรบพิเศษที่ 408 ได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

แฉฝีมือโจรใต้ 20 คนวางแผนปล้นทอง กวาด 600 บาทมูลค่า 36 ล้าน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 68 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เดินทางมายังห้างที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุและถือโอกาสเยี่ยมให้กำลังใจร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้าง โดยมี พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ อินทร์ประพันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก นายซูปียัน แดเมาะเร็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ

การตรวจจุดเกิดเหตุครั้งนี้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ผบช.ภ.9 ได้สอบถามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และ พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ถึงพฤติกรรมของคนร้ายโดยสรุป โดยคนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะ 2 คัน ที่ปล้นมาจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ไว้ที่บริเวณถนนใหญ่ทางเข้าห้างบิ๊กซี จากนั้น 1 ใน 10 ได้ลงมาจากรถพร้อมเดินไปควบคุม รปภ. ที่ทำหน้าที่อยู่บริเวณปากทางเข้าบิ๊กซีที่ยืนอยู่บนถนนใหญ่ จากนั้นคนร้ายที่เหลือได้ลงจากรถเดินเข้าไปควบคุมตัว รปภ. ที่ยืนตรวจรถอยู่ที่บริเวณป้อมยามด้านใน ซึ่งมีจำนวน 4-5 คน แล้วควบคุมตัวมาที่บริเวณลานจอดรถยนต์ของห้าง และใช้สายเคเบิลไทร์พลาสติกมัดมือ รปภ. ทั้งหมด ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้าง พร้อมประกาศให้ประชาชนที่เดินหาซื้อสินค้าภายในห้างให้อยู่ในความสงบ

แล้วคนร้ายได้เดินไปร้านทอง ใช้บั้นท้ายปืนทุบกระจกตู้โชว์ทองรูปพรรณ ก่อนที่จะเก็บรวบรวมทองไปได้ในเบื้องต้น 600 บาท โดยมีคนร้าย 2 คน ยืนคุมเชิงอยู่ที่ประตูทางเข้าห้างบิ๊กซี ซึ่งคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 10 นาที โดย ร.อ.บุริศวร์ ระดาชัย เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยรบพิเศษเห็นคนร้ายถืออาวุธปืน จึงได้เดินวิ่งเข้าไปแย่งปืนของคนร้าย แต่คนร้ายอีก 1 คน พบเห็นจึงวิ่งเข้ามาใช้อาวุธปืนยิง ร.อ.บุริศวร์ ได้รับบาดเจ็บ ต่อจากนั้นคนร้าย 2 คน ได้ขับรถยนต์กระบะ 2 คัน ที่ปล้นจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ขับเข้ามาในห้างบิ๊กซี แล้วรับคนร้ายหลบหนีไปทางเส้นทาง อ.สุไหงปาดี ผ่านพื้นที่ อ.แว้ง เข้าไปตามเส้นทางข้ามช่องทางธรรมชาติ บ้านตออก ต.กายูคละ โดยคนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะ 2 คัน ไว้ที่ร่องสวนปาล์มของชาวบ้าน ซึ่งห่างจากแม่น้ำโก-ลก 700 เมตร เพื่อหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ยังได้มีการรายงานให้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ผบช.ภ.9 ได้รับทราบว่า คนร้ายอีกชุดหนึ่งซึ่งขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. ได้นำวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด 3 ลูก ไปวางตามจุดต่างๆ แต่เกิดระเบิดขึ้นเพียง 2 จุด คือที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนเส้นทางสุไหงโก-ลก สุไหงปาดี ช่วงบริเวณบ้านโคกสยา ต.ปะลุรู ทำให้เสาไฟฟ้าหักขวางถนน และที่บริเวณเสาปูนซีเมนต์กั้นทางรถไฟในชุมชนโต๊ะลือเบ ซอย 6 ทำให้เสาปูนซีเมนต์เสียหาย 1 ต้น

ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ผบช.ภ.9 ได้เดินทางไปยังบ้านตอออ หมู่ 1 ต.กายูคละ อ.แว้ง ซึ่งเป็นจุดที่พบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุปล้นร้านทองในห้างบิ๊กซี คือ รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บท 7187 ปัตตานี และรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน บค 6521 นราธิวาส ซึ่งจอดทิ้งไว้ที่ภายในสวนปาล์มของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้เข้าตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงในการวางวัตถุระเบิด เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบ แต่พบว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้เข้าเก็บลายนิ้วมือแฝงที่ติดตามจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสารและช่วงกระบะท้าย เพื่อนำไปตรวจสอบทางกระบวนการวิทยาศาสตร์

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 กล่าวว่า คนร้ายมาลงมือก่อเหตุใช้รถยนต์ 2 คัน และพิสูจน์ชัดเจนใช้รถ จยย. อีก 2 คัน รวม 4 คัน คนร้ายประมาณ 10 คน หลังจากก่อเหตุใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็ได้ขับรถมุ่งหน้าไปทางพื้นที่ อ..สุไหงปาดี เส้นทางเดิม ขณะนี้ทราบว่าเจอรถทั้ง 2 คัน ที่ปล้นมา ไปทิ้งในสวนปาล์มห่างจากช่องทางธรรมชาติแม่น้ำโก-ลก ประมาณ 700 เมตร

ส่วนข้อซักถามเกี่ยวกับคนร้ายที่บุกปล้นในครั้งนี้ เพื่อต้องการเงินทุนไปเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายนั้น พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ผบช.ภ.9 กล่าวว่า คิดว่าในการปฏิบัติการทั้งหมด มีทั้งคนและวัสดุอุปกรณ์ มันก็ต้องมีการใช้ทุนต่างๆ เช่น รถในหลายพื้นที่หลายคดี รถมีการซื้อมา การใช้การจ่ายของคนมันก็มีบ้าง ส่วนมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรยังไม่ยืนยัน

รายงานข่าวจากแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคงที่ติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกและแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้มีการเปิดเผยเป็นการส่วนตัวว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ คือ กลุ่มนายวาฟี ละปาดี ที่เป็นแกนนำรับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่รอยต่อของ 3 อำเภอ คือ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง และเคยเข้าร่วมก่อเหตุปล้นร้านทองในพื้นที่ อ.ตากใบ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 66 และใช้อาวุธปืนยิงใส่ พร้อมวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา

ขณะนายวีพัฒน์ บุณฑริก รอง ผวจ.นราธิวาส เข้าเยี่ยมอาการ ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย นายสิบอาวุธเบา สังกัด ชป.รพศ.408 โดยมอบกระเช้าความห่วงใย พร้อมชื่นชมให้กำลังใจในความกล้าหาญของ ส.อ.บุริศวร์ ที่ได้ยิงต่อสู้กับคนร้ายจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมให้คณะแพทย์ดูแลรักษาอาการอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์เตรียมส่งตัวไปรักษาต่อยัง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อไป จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่บริเวณห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก ตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ พนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงตกใจแต่พร้อมให้บริการ โดยห้างจะเปิดให้บริการ เวลา 12.00 น. วันนี้

จากการสำรวจความเสียหายภายในห้างบิ๊กซี นอกจากร้านทอง คนร้ายยังได้หยิบ ไอแพด 1 เครื่อง และมือถือ อีก 2 เครื่อง จากร้านขายมือถือ บริเวณใกล้เคียงไปด้วย ส่วนมูลค่าทองคำที่ถูกปล้นไป ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขที่ชัดเจน เนื่องจากผู้จัดการร้านยังไม่สามารถเข้าไปตรวจเช็กภายในได้ เบื้องต้นทางร้านมีการทำประกันป้องกันการโจรกรรมไว้วงเงินเพียง 5 ล้านบาท