นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปณท ได้เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยสู่ผู้บริโภคในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 68 ผ่านบริการ อีเอ็มเอส ส่งด่วนผลไม้ เพื่อกระจายผลผลิตสดใหม่จากสวนสู่มือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและรักษาคุณภาพตลอดเส้นทางจัดส่ง ซึ่งถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันสินค้าเกษตรจากสวนและชุมชนเข้าสู่ตลาดและแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากสามารถใช้บริการดังกล่าว ในการขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และจากแนวโน้มปี 68 พบว่าอัตราการเติบโตของปริมาณผลไม้ที่ส่งผ่าน อีเอ็มเอส สูงขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในปี 67 ที่ผ่านมา ปณท ได้ให้บริการส่งผลไม้ผ่าน อีเอ็มเอส รวมกว่า 100,000 ตัน

“ในปี 67 ถึงปัจจุบัน พื้นที่ที่มีปริมาณการส่งผลไม้ผ่านบริการ อีเอ็มเอส มากที่สุด ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ คือ จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง โดยเฉพาะลำไยและมะม่วงที่เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก คือ จ.จันทบุรี ระยอง และตราด ยังคงครองแชมป์ด้านทุเรียนและมังคุดที่ส่งออกจำนวนมาก ขณะที่ภาคกลาง คือ จ.นครปฐม ราชบุรี และนนทบุรี ที่มีความโดดเด่นด้วยการส่งมะพร้าวน้ำหอมและกล้วยหอมทองในปริมาณสูง สะท้อนว่าโครงสร้างการผลิตและการกระจายผลไม้ไทยมีความแข็งแกร่งและสามารถใช้เครือข่ายโลจิสติกส์เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้”

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากการให้บริการที่ได้มาตรฐานแล้ว ยังดำเนินมาตรการพิเศษในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 68 เพื่อสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้าน ทั้งการจัดเตรียมบรรจุภัณฑ์ที่มีมาตรฐานช่วยรักษาคุณภาพผลไม้ระหว่างการขนส่ง การเปิดช่องทางพิเศษรองรับผลผลิตฤดูกาล เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความร่วมมือกับ สภาเกษตรกรแห่งชาติ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ออกโปรโมชัน อีเอ็มเอส ส่งด่วนผลไม้ ในราพิแศษ และยังมี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่สนับสนุน กล่องผลไม้และตะกร้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกร ความร่วมมือแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถส่งออกผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปลาย