นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯได้ประชุมร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 9 เครือ รวม 300 แห่ง ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่มี 5 เครือ เพื่อกำหนดกรอบข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการเปิดเผยค่ายาในโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงเพิ่มทางเลือกให้ผู้ป่วยสามารถเลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาลได้

“ความร่วมมือเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ในการขอทราบราคายา มีสิทธิ์เลือกซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาลได้ โดยมุ่งให้โรงพยาบาลเปิดเผยราคายาก่อนการชำระเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยไปซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาลได้ ซึ่งขั้นตอนต่อไป กรมฯ จะเตรียมหารือกับร้านขายยาที่มีกว่า 19,000 กว่าแห่ง ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ และหากพร้อมจะเริ่ม คิก ออฟ โครงการสุขกาย สบายกระเป๋า วันที่ 28 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อใช้บริการได้อย่างทั่วถึง”

นายวิทยากรกล่าวว่า การแสดงรายละเอียดของโรงพยาบาล จะมีรายการยาและค่ายา อย่างชัดเจนในใบแจ้งค่าใช้จ่าย ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงิน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาได้ และเป็นสิทธิของผู้รับบริการเลือกซื้อยาจากโรงพยาบาลหรือภายนอกโรงพยาบาลเอกชน นอกจากนี้ ในเฟสต่อไปจะขยายมาตรการไปยังคลินิกต่าง ๆ และเข้าไปดูแลเรื่องโครงสร้างราคาต้นทุนยาให้เหมาะสม พร้อมกับเน้นให้คนไทยและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทย สามารถเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ของโรงพยาบาลในกรณีเร่งด่วนได้ แต่ยังคงมีสิทธิ์ เลือกซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาล

สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลที่เข้าร่วม มีดังนี้ เครือ บีดีเอ็มเอส (ดุสิตเวชการ อาทิ รพ.กรุงเทพ รพ.พญาไท เป็นต้น) เครือโรงพยาบาลธนบุรี เครือบีซีเอช (กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลการุญเวช) เครือบางปะกอก-ปิยะเวช เครือรามคำแหง-วิภาราม เครือพีซีแอล (พริ๊นซิเพิล) เครือจุฬารัตน์ เครือนวมินทร์ และเครือสินแพทย์ และโรงพยาบาลหัวเฉียว