สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิราว 200 นาย เดินทางถึงเมืองเอลวูด ในรัฐอิลลินอยส์แล้ว เพื่อร่วมภารกิจปกป้อง “กลไกการทำงานของส่วนกลาง บุคลากรของส่วนกลาง และทรัพย์สินของส่วนกลาง” เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมีระยะเวลาประจำการ 60 วันที่รัฐอิลลินอยส์
ขณะที่นายเจ.บี. พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างหนัก และเตือนว่า เจ้าหน้าที่เหล่านั้น “จะไม่มีทางเข้ามาในเมืองชิคาโกได้อย่างเด็ดขาด” ด้านนางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กล่าวว่า การส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าสู่เมืองชิคาโก เป็นเพราะเมืองใหญ่อันดับสามของสหรัฐ ที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต “คือเขตสงคราม” มีการประท้วงและก่อจลาจลต่อต้านเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย
JUST IN: Texas National Guard troops arrive at the Army Reserve Training Center in Elwood, Illinois. pic.twitter.com/QC8WLcXFvX
— Fox News (@FoxNews) October 7, 2025
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมากถึง 700 นาย ลงพื้นที่เมืองชิคาโก และย้ำว่า ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ตนมีอำนาจใช้ “กฎหมายปราบปรามการจลาจล” หรือกฎหมายปราบปรามการก่อกบฏ ฉบับปี 2350 “หากมีความจำเป็น”
อนึ่ง กฎหมายปราบปรามการจลาจล มักก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมดุลของอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับส่วนท้องถิ่น และระหว่างกองทัพกับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ
เพื่อใช้อำนาจภายใต้กฎหมายนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐต้องออก “ประกาศ” เพื่อสั่งให้ผู้ก่อการจลาจลหรือผู้ที่ขัดขวางกฎหมาย ยุติและถอยกลับไปอย่างสันติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด.
เครดิตภาพ : AFP



