เรียกได้ว่าลงพื้นที่ไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับนางงามและนักแสดงใจบุญอย่าง “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ประธานองค์กรทำดี ที่เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังมีเรื่องราวให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ล่าสุด บุ๋ม ได้เปิดใจหลังมาร่วมงานเทศกาลอัศจรรย์ความอร่อย “ลิ้นติดโปรแฟร์” ถึงสถานการณ์ชายแดนแบบเผ็ดร้อนและชัดเจนในทุกประเด็น โดยยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ ชายแดนก็เดือด และยังคงรอฟังนโยบายจากผู้ใหญ่และแม่ทัพภาค โดย บุ๋ม เผยว่า

สำหรับตอนนี้น้ำท่วมก็ต้องไป ชายแดนก็เดือด คือรอดูผู้ใหญ่ค่ะ ว่าจะเอากัมพูชาออกจากพื้นที่ยังไง ถ้าเอาออกแล้วต้องมีการรบกัน ตอนนี้ออกมาได้ 3 ทาง แค่นั้นเอง หนึ่งถ้าไม่ออกก็ตีกันเลย สองยื้อกันต่อไปมองหน้ากันต่อไป แล้วแจ้งความตรงนู้น แจ้งตรงนี้ แจ้งศาล หรืออย่างที่สามมึนตึงกันแค่นี้ ด่ากันไปด่ากันมา เราก็ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่อย่างแม่ทัพภาคที่มาใหม่เขาจะมีนโยบายยังไง บุ๋มก็รอฟังอยู่ แต่ถ้าให้ไฟเขียวจริงๆ ต้องอธิบายประชาชนเข้าใจก่อนว่า ต่อให้ท่านนายกฯ พูดว่า ให้อำนาจทหารเต็มที่แล้วก็จริง แต่ทหารทำได้แค่ปกป้องประเทศเท่านั้น แต่ไม่สามารถรุกล้ำไปในกัมพูชาได้ ถ้านายกฯ ไม่สั่ง ดังนั้นถ้ามีการรบจริงๆ เราต้องถึงสัญญาณถึงจุดเดือดของเราจริงๆ ยังไงก็ต้องท่านอนุทินเป็นคนสั่ง แค่นั้นเองค่ะ

ส่วนประชาชนในพื้นที่ชายแดนทุกคนบอกพร้อม ตอนนี้เขากลัวกันมาก เพราะรู้ว่าฝั่งกัมพูชายิงมั่วกันแน่นอน ยังไงก็มาบ้านเรือนประชาชนแน่นอน แต่ทุกอย่างเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แล้วทางองค์กรทำดีเองก็เตรียมความพร้อมกับทางทหารไว้เรียบร้อยแล้ว เขาบอกสามเดือนที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้สงบลงได้เลย โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งพลเรือนอย่างพวกบุ๋มที่เราทำงานกับทางทหาร เรายังต้องออกจากพื้นที่เลย สถานการณ์ความตึงเครียดมันเครียดขนาดนั้นเลย ดังนั้นพลเรือนเองก็ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ไปสร้างภาระให้กับเขา ต้องเข้าใจองค์กรทำดีอยู่ข้างในเลย เราทำตรงขอบชายแดน เรายังต้องออกมาเลย แต่ถ้าเกิดยังอยากจะให้กำลังใจทหาร สามารถไปตามจุดที่ทหารบอกได้ว่าให้มอบของจุดไหน เดี๋ยวเขาเอาของไปกระจายกันเอง

หลายๆ คนรู้สึกเหมือนเป็นม็อบก่อตั้งมากกว่าเป็นคนอาศัยอยู่แถวนั้นจริงๆ ทางกัมพูชาที่เห็นคนมายืนอยู่ ยังไงเป็นม็อบจัดตั้ง แล้ว กฎหมายของกัมพูชาไม่สามารถรวมตัวกันได้เกิน 5 คน ไม่ต่างจากประเทศคอมมิวนิสต์เลย ดังนั้นถ้าเกิดจะเข้าใจในบริบทนี้ การที่เห็นเขามายืนรวมตัวกันได้มากขนาดนี้ แสดงว่ายังไงก็จัดตั้งแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ งบหมด ส่วนเรื่องได้เงิน 40 บาทจริงไหม ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ได้นิดได้หน่อยเขาก็มาแล้ว ตอนนี้ประเทศเขาค่อนข้างที่จะลำบาก คือม็อบเติมเงิน เงินหมดก็จบกัน ที่เงียบๆ ไปไม่ใช่เพราะเรา ไม่เกี่ยวกับเราเลยค่ะ ไม่มีตังค์

บุ๋ม ได้เล่าต่อว่า “ในมุมของการสร้างกำแพง บุ๋มดีใจมากเลยที่มีโครงการจากเจ้าฟ้าหญิง ท่านทรงนำทางให้พวกเรา เป็นกองทุนที่ทำให้พวกเรารู้สึกว่าท่านเล็งเห็นความสำคัญความรู้สึกของประชาชนตรงนี้ค่ะ ถ้าตรงไหนที่เราสามารถทำถวายงานได้ ก็ยินดีอยู่แล้ว ถ้าท่านจะให้องค์กรทำดีไปช่วยตรงไหนหรือให้ไปเสริมทัพตรงไหน ยินดีอยู่แล้วค่ะ เพราะว่านี่คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยรออยู่กำแพง การที่จะทำกำแพงก็ต้องรอทางการระบุว่าเส้นตรงนี้หรือตรงนี้ ทำไปต้องชัดเจน ในการสร้างกำแพงระหว่างไทยกับกัมพูชา ปัญหาก็คือต้องเข้าใจอย่างนี้ หลายๆ พื้นที่ในกัมพูชาก็คือรุกรานเรามานานแล้ว ถ้าเกิดบุ๋มถามคุณว่าวันนี้เขตแดนไทย-กัมพูชา จริงๆ อยู่ตรงนี้ แต่กัมพูชาวันนี้มาอยู่ตรงนี้ นี่คือประเทศไทยนะ แต่กัมพูชาเข้ามาอยู่ คุณจะยอมทำกำแพงตรงนี้เหรอ คุณก็ไม่ยอมถูกไหม ยังไงก็ต้องการเส้นนี้ ถ้าจบก็คือการดันกัมพูชาออกไป เราอยากได้ตรงนี้ของเรา แล้วหลายๆ พื้นที่ที่ผ่านมา เราอาจไม่ได้ใส่ใจ ไว้ใจเขามากเกินไป หลายพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามา ดังนั้นถ้าเราจะสร้างกำแพงได้ เราต้องสร้างตรงเส้นของเราจริงๆ ซึ่งต้องใช้เวลาจริงๆ

คิดว่าการสร้างกำแพงจะทำให้ยุติปัญหาต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน คือยุติไม่ได้หรอก ถ้าผู้นำเขายังเป็นอย่างนั้น ตอนนี้ผู้นำเขาก็เงียบ วางแผนใหม่กันอยู่ค่ะ รอไตรมาสสุดท้ายของปี รอประชุม UN กันใหม่ค่ะ ยังไงก็ฝากถึงประชาชนชาวกัมพูชา ในฐานะคุณเองก็ติดตามดิฉันก็เยอะ อยากจะบอกว่าคุณดูผู้นำของคุณอยู่สุขสบายกันแค่ไหน และประชาชนรากหญ้าที่แท้จริงอยู่ลำบากกันแค่ไหน คุณจะรู้ว่าความเป็นอยู่ที่แท้จริงของกัมพูชา ไม่ควรเป็นแบบนี้ ดังนั้นคิดใหม่ อย่าตามผู้นำคุณค่ะ

สำหรับความรู้สึกที่หลายคนมองว่าบ้านเขาน้ำท่วม แล้วเขาถามว่าทำไมประเทศไทยไม่ช่วย ถ้าถามปนัดดา อย่างปนัดดาเป็นคนช่วยน้ำท่วมประชาชนชาวบ้านคนไทย ถ้าเกิดชาวกัมพูชามาถามว่าคนไทยทำไมไม่ไปช่วยกัมพูชา ช่วยทำไมคะ จะให้ไปตีกันหรือไง ดิฉันช่วยคนไทยก่อนค่ะ กัมพูชาจะเป็นยังไงก็ช่าง คุณทำตัวเองกันค่ะ ช่วยเหลือตัวเองกันไป เก่งนักไม่ใช่เหรอ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปมันไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ พูดตรงๆ ถ้าย้อนไปเมื่อก่อน ปนัดดาไปช่วยค่ะ ปนัดดาสายรักเด็ก รักชาวบ้านอยู่แล้ว ใครอยู่ในพื้นแผ่นดินไทย หรือคุณน้ำท่วมอะไร ต่อให้เป็นต่างชาติ เพื่อนบ้านดิฉันไปช่วยมาหมดมาแล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ ชัดเจนค่ะ

แล้วมีประเด็นที่งานวัด เอารูปเขาไปเป็นเป้าให้ยิง แล้ว ฮุน เซน โกรธมาก สำหรับเป้ายิงปืนใช่ไหมคะ คุณต้องภูมิใจนะที่คนไทยสนใจคุณมากขนาดนี้ ป้ายคุณขายดีมากเลย น่าจะทำเพิ่มอีก เดี๋ยวคราวหน้าดิฉันไปซ้อมยิงปืน เดี๋ยวก็คงจะใช้ คิดว่าเขาโกรธง่ายไปไหมเรื่องแค่นี้ เขาใส่ใจหมดแม้กระทั่งปืนหนังสติ๊กก็ยังเอามาด่าทอเลย บางทีเขาใส่ใจเมืองไทยเกินไป ติดตามข่าวทุกอย่างของเมืองไทย ต้องขอบคุณเขาแหละ ที่ระดับผู้นำกัมพูชายังสนใจข่าวงานวัดบ้านเรา ต้องขอบคุณค่ะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก boompanadda