ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญภายใต้นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ตามที่ได้มอบนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ กรมชลประทาน สามเสน ที่ผ่านมา ได้แก่ การแก้ปัญหาปากท้องเร่งด่วน ได้แก่ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย (สินค้าเถื่อน) อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในประเทศ และ สร้าง (นโยบายเร่งด่วนระยะแรก) ได้แก่ สร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส พร้อมทั้งสานต่อนโยบายเดิมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตามได้รับรายงานในการประชุมประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย ระหว่างกรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องสำคัญต่าง ๆ อาทิ การขนส่งยางพาราผ่านแดนไทยโดยได้มีการตรวจสอบคุณภาพยางพาราจากเมียนมาไปมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าหากมียางพาราผ่านแดนจำนวน 1.2 แสนตัน จะสามารถสร้างรายได้กว่า 60 ล้านบาทต่อปี การกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยางพารา 5 จังหวัดชายแดน เพื่อแก้ปัญหายางเถื่อนและรักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ พร้อมสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรสำหรับขั้นตอนออกใบอนุญาตนำยางเข้าใน ผ่านหรือออกจากเขตควบคุมยางการขนย้ายยางตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 3) มาตรการควบคุมโรคใบร่วงในแปลงขยายพันธุ์ยาง พร้อมผลักดันพันธุ์ยางดี 3 พันธุ์ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตยางของประเทศ และ ผลการจับกุมยางเถื่อน ที่จังหวัดระนอง น้ำหนักกว่า 2,600 กิโลกรัม ที่เป็นการยืนยันความเอาจริงเอาจังของกระทรวงเกษตรฯ ในการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังได้มีการทบทวนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยได้มีการนำข้อดีและข้อเสียมาปรับปรุงผลการดำเนินงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการบูรณาการในการดำเนินการตามขั้นตอนของการเปิดด่าน ให้ยางพารานำผ่านจากประเทศพม่าผ่านแดนประเทศไทยส่งไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะมีการนำร่องในพื้นที่ 2 จังหวัดได้แก่ จังหวัดระนอง และจังหวัดตาก



