วันที่ 9 ต.ค. นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา Chief Digital Platform Business Officer บมจ.เอสซีบี เอกซ์ เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2026 จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ในหัวข้อ Virtual Bank-Game Changer ว่า การเข้ามาของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือเวอร์ชวลแบงก์ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่มีอยู่จำนวนมาก มีสัดส่วน 40% ของครัวเรือนติดหนี้นอกระบบ เฉลี่ย 54,000 บาทต่อครัวเรือน โดยเชื่อว่าเวอร์ชวลแบงก์ เข้ามาช่วยลดปัญหา และให้คนเข้าถึงในระบบมากขึ้น

ทั้งนี้ เวอร์ชวลแบงก์จะมีวิธีคิดวิเคราะห์สินเชื่อ และการติดตามหนี้ที่ดี รวมทั้งจะเข้ามาแก้ปัญหาคนที่มีประวัติข้อมูลเครดิตที่ไม่ดี มีการค้างชำระเงินล่าช้า ซึ่งเชื่อว่าเวอร์ชวลแบงก์จะทำให้คนกลุ่มนี้กลับเข้ามาได้ โดยต้องยอมรับว่าคนไทยหลายคนขาดความรู้ทางการเงิน ขาดวินัยทางการเงิน และขาดผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดี แม้ธนาคารทั่วไปรูปแบบดั้งเดิมจะมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ แต่เป็นระยะสั้น แต่เชื่อว่าเวอร์ชวลแบงก์จะสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้

นอกจากนี้ การเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าสำคัญมาก ในขณะที่โมเดลธุรกิจของเวอร์ชวลแบงก์ไม่ได้ทำรายได้ให้เยอะ ถ้าในมุมลูกค้าในเรื่องโมบายแบงก์กิ้ง หรืออีวอลเล็ตสำคัญมาก ส่วนเวอร์ชวลแบงก์การทำระบบได้ดีและต่อยอดเข้าใจลูกค้า ซึ่งจะสามารถแนะนำลูกค้าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากขึ้น ขณะที่ในด้านโครงสร้างรายได้ไม่ได้แตกต่างจากธนาคารดั้งเดิม โดยรายได้ดอกเบี้ยสัดส่วน 80% ที่เหลือ 20% เป็นรายได้ค่าธรรมเนียม

“คนไทยจะปรับตัวได้ไม่ยาก แต่ข้อดีเวอร์ชวลแบงก์คือต้นทุนการไม่มีสาขาหายไป และการใช้เอไอ เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยองค์กร ถ้าธนาคารดั้งเดิมต้องมีคนมากกว่า 10 เท่า แต่ความยากและความท้าทายคือการเปลี่ยนมนุษย์อยู่เสมอ รวมทั้งต้นทุนความเสี่ยง ทั้งเครดิตที่ปล่อยสินเชื่อ และการโจรกรรมมิจฉาชีพ ภัยไซเบอร์ที่มีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีหวังว่าจะช่วยลดได้”

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนต์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า เวอร์ชวลแบงก์ถูกตั้งมาเพื่อให้แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เพราะไม่มีช่องทางอื่นนอกจากในช่องทางดิจิทัล ไม่มีต้นทุน เช่น สาขาที่ธนาคารมีอยู่ และระบบต่างๆ การสร้างการทำผลิตภัณฑ์ใหม่ จะทำได้เร็วเป็นรายสัปดาห์ที่ไม่ใช่หลักเดือน หรือหลักปี ซึ่งในส่วนของการใช้เอไอ แม้ปัจจุบันธนาคารได้ใช้เอไออยู่ค่อนข้างมาก แต่เวอร์ชวลแบงก์จะนำเอไอเข้าไปในบริการลูกค้าให้เกิดขึ้น

สำหรับพันธกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยในการจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ คือการให้คนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ได้เข้าใช้บริการ เข้าถึงเงินกู้ได้ เพราะต้นทุนต่ำ โดยจากข้อมูลที่พบคือมีสัดส่วน 95-97% คนไทยมีบัญชีธนาคาร แต่เป็นดิจิทัล 40%  ซึ่งหากพูดถึงการเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน คือ การได้สินเชื่อ การลงทุน ขณะที่หนี้ครัวเรือนในไทยสูง มีหนี้เยอะกว่าที่ควรจะเป็น และมี 50% ที่ควรได้เครดิตจากระบบ แต่ธนาคารไม่สามารถให้บริการได้ เพราะอาจข้อมูลไม่ดี โมเดลไม่ดีพอ

ขณะที่การวิเคราะห์สินเชื่อลูกค้า หากเป็นธนาคารเดิม อาจแยกเป็นสี่กลุ่ม เสี่ยงต่ำ กลาง สูง เสี่ยงสูงมาก ซึ่งอาจทำให้รับสินเชื่อยาก แต่วิธีการวิเคราะห์สินเชื่อสมัยใหม่ เช่น การใช้เอไอ แมชชีนเลิร์นนิ่งทำโมเดล อาจแบ่งย่อยออกได้อีกมาก ทำให้เข้าใจความเสี่ยงลูกค้าได้ดีขึ้น

“รายได้เวอร์ชวลแบงก์ต่ำกว่าของธนาคารพาณิชย์เยอะ อย่างสินเชื่อวงเงิน 7 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท แต่เวอร์ชวลแบงก์วงเงินสินเชื่อที่ให้แค่ 3,000-5,000 บาท รายได้ต่อคนต่ำกว่าพอสมควร แต่เราคาดหวังว่าจะรองรับคนหมู่มากได้มากขึ้น ยอมรับว่าเป็นความท้าทายเพราะเวอร์ชวลแบงก์ในต่างประเทศไม่ได้ไปต่อสูง 90% ทำให้ต้องดูว่ารายที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศคืออะไร แต่การให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้น ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย”