อยู่ๆ ในโลกออนไลน์ ก็มีข่าวสะพัดว่า พรรคเพื่อไทยที่กำลังหาคนที่จะสนับสนุนเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะสนับสนุนเทเสียงให้ “หัวหน้าท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นนายกฯ เรื่องนี้ “เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า งงว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่แฟร์กับทั้ง 2 พรรค และต้องถามกลับไปยังคนใน ชทพ.ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ไม่แน่ใจว่า “หัวหน้าอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยกับนายวราวุธหรือไม่ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนให้ข่าวนี้ เป็นไปได้หมด

“แต่ยังไม่ใช่การยืนยันจากพรรคเพื่อไทย และมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แค่ต้องให้หัวหน้าของทั้ง 2 พรรคพูดคุยกันก่อน หากตนทราบรายละเอียดจะแจ้งอีกครั้ง ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ไม่ทราบว่าใครให้ข่าวนี้ แต่ไม่ได้มาจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งแคนดิเดตนายกฯ 3 คน”

ที่ทำเนียบรัฐบาล “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้ตั้ง ครม.เศรษฐกิจแล้ว จะประชุมทุกบ่ายวันจันทร์เพื่อคัดกรองเรื่องเข้า ครม.ชุดใหญ่วันอังคาร ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะตั้งคู่สมรสคณะรัฐมนตรีขึ้นมาช่วยทำงานและสนับสนุนภารกิจด้วยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “เอาไว้หลังเลือกตั้ง ตอนนี้เป็น ครม.มู”

นายกฯ หนูให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ทวงถามถึงค่ารักษาผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อ้างค้างชำระรวมกว่า 110 ล้านบาท พร้อมประกาศหากถึงวันที่ 16 ต.ค.ยังไม่จ่าย จะหยุดรับผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทองชั่วคราวว่า คิดว่า สปสช. ต้องเร่งบริหารจัดการเรื่องการเงิน เรื่องติดหนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับบางโรงพยาบาลเท่านั้น รู้สึกว่าจะติดหนี้อยู่แทบทุกโรงพยาบาล กำลังพิจารณาเตรียมเสนองบกลางไปเคลียร์บัญชีเหล่านี้ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 9 ต.ค. เวลา 12.45 น. เจ้าหน้าที่เปลี่ยนฉัตรเหนือนรสิงห์อันใหม่เป็นฉัตรทองลงชาด ซึ่งมีความแตกต่างจากเดิมที่เป็นฉัตรทองเพียงอย่างเดียว โดยมีความหมายถึงความสว่าง ความสุกใส และเพื่อความถูกต้องตามหลักศิลปกรรมไทย

จากกรณีที่ ป.ป.ช.เตรียมชี้มูล สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ที่เสนอเรื่องแก้ไข ป.อาญา ม.112 โดยจะไม่ชี้มูลพร้อมกันเพราะน้ำหนักความผิดแตกต่างกันระหว่างผู้เสนอกับผู้ร่วมลงชื่อ และจะเริ่มชี้มูลตั้งแต่กลาง ต.ค. “สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของ สส. ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม ไม่ได้แอบทำ ทำอย่างโปร่งใสในฐานะ สส.มีอำนาจนิติบัญญัติ เราสู้คดีอย่างเต็มที่ ต้องการมีสิทธิในการชี้แจงอย่างเต็มที่

“…ที่ผ่านมาแฟร์ๆ กับ ป.ป.ช. ที่ให้เวลาพอสมควร ก็ดำเนินการไป ผมคิดว่าอย่าเพิ่งไปตั้งธงว่าเราโดนแน่นอน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะใช้กลไกนิติสงคราม ในการดำเนินการกับ สส. ปชน. การทำนิติสงครามอาจทำให้ต้องย้อนกลับมองประเทศของเรา ว่าสร้างบรรยากาศอย่างร้ายแรง และทำให้เกิดการเสียโอกาสอย่างไร ยืนยันว่า พรรค ปชน. ไม่เคยมีการสนทนาไม่ว่าจะซีเรียสหรือไม่ซีเรียส ไม่เคยคุยกับฝั่งพรรคภูมิใจไทยเลย 1,000,000% ในเรื่องการช่วยเหลือ 44 คน เมื่อมีกระบวนการกล่าวหาก็ต้องดำเนินการ จะมีธงหรือไม่อยู่ที่ ป.ป.ช. จะตอบคำถาม”

วันเดียวกัน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน กมธ. มีวาระพิจารณาติดตามปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย กรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือนายเบน สมิธ ที่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ รวมถึงกรณีปัญหาการก่อสร้างอาคารสแกมเมอร์ รุกล้ำชายแดนไทย ที่จังหวัดตราด

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา มาชี้แจง กมธ. ส่วน “ครูแหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ไม่ได้เข้ามาชี้แจง แต่ส่งเอกสารขอเลื่อนเพราะติดภารกิจ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ.ประชุมวาระที่ 3 เชิญเฉพาะ “เลขานก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาชี้แจงประเด็นสินบน 40 ล้านบาท แต่เขาบอกว่าไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“หลังจากนี้จะพยายามนัดล่วงหน้าให้นายไชยชนก และ ร.อ.ธรรมนัส เข้าชี้แจงใน กมธ.อย่างครบถ้วน กรณีสินบน 40 ล้าน การขุดว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเสี่ยตือ (เสี่ยตือ คอสโม หรือนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี อดีตนายทุนใหญ่ที่เคยลงทุนทำกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีข้อมูลว่า นายภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์ หรือ คิว ที่กำลังถูกครหาว่า เป็นผู้เสนอสินบน เป็นบุตรชายของเสี่ยตือ) ยืนยันว่าหากไล่เรื่องเสี่ยตือดูจริงๆ จะพบข้อมูลเยอะ อยากทราบว่า หน่วยงานรัฐจะสอบเส้นทางการเงินอย่างไร รัฐบาลให้ความสำคัญกับแค่บัญชีม้า-ซิมม้า ไม่สามารถทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการจับบัญชีม้าได้ ถ้าอยากทำลาย ต้องจัดการเรื่องการฟอกเงิน ที่มโหฬารมากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของไทย”

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่อยากทราบจาก ร.อ.ธรรมนัส คือ ที่มาความสัมพันธ์กับนายเบน สมิธ เป็นอย่างไร ตนเองได้รับเอกสาร 48 หน้า เป็นข้อมูลที่เปิดโปงให้เห็นอาณาจักรการฟอกเงิน มีตัวละครต่าง ๆ ไม่ใช่แค่นายเบน สมิธ แต่หลักฐานบางอย่างเป็นหลักฐานระดับทางการ ซึ่งเห็นหลายกลุ่มที่ชัดเจนมากขึ้น การฟอกเงินนี้ใหญ่มโหฬารในระดับที่อาจจะมีรัฐบางรัฐอยู่เบื้องหลัง รายชื่อนักการเมืองในเอกสารมีใครบ้าง ขอเก็บไว้ก่อนแต่ในเอกสาร วันที่ 30 ต.ค.นี้ จะเชิญนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง เข้ามาให้ข้อมูลต่อ กมธ.ด้วย

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ทีมที่ปรึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ โดยยืนยันว่า นายเบน สมิธ คนที่นายรังสิมันต์หมายถึง กับนายเบน สมิธ ที่รู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนละคนกัน จะไปสู้ที่ศาลว่าเป็นคนละคนแน่นอน ขอให้เอาหลักฐานมาให้ดูว่า ว่าเบนจามิน หรือเบน สมิธ เป็นทุนสีเทาเป็นทุนกัมพูชาเป็นสแกมเมอร์ เป็นคอลเซ็นเตอร์จริงไหม ถ้าไม่จริง นายรังสิมันต์ต้องรับผิดชอบ นายเบน สมิธ ไม่ได้โดนดำเนินคดี ไม่มีหมายแดง

สำนักงาน กกต. เผยแพร่ข้อมูลว่า คณะกรรมการ กกต.มีมติเห็นชอบแผนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) และสมาชิกสภา อบต. กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ ทั่วประเทศ ในวันที่ 11 ม.ค. 2569 ไทม์ไลน์คือ ในเดือน พ.ย. 2568 นายก อบต.-ส.อบต. จะครบวาระ และ ผอ.กต.อบต.เสนอร่างวันเลือกตั้ง ก่อนส่งต่อให้ ผอ.กต.จังหวัด ให้ความเห็นชอบร่างประกาศให้มีการเลือกตั้ง หลังจากนั้น ผอ.กต.อบต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง

ส่วนไทม์ไลน์ช่วง ธ.ค. 2568 คือ จะเปิดรับสมัคร 1-5 ธ.ค. 2568 หลังจากนั้นจะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลังจากนั้นไทม์ไลน์เดือน ม.ค. 2569 คือ ในวันที่ 11 ม.ค. 2569 จะเป็นวันเลือกตั้ง อบต. ต่อมาไทม์ไลน์เดือน ก.พ.-มี.ค. 2569 คือการประกาศผลการเลือกตั้ง อนึ่ง ไทม์ไลน์การเลือกตั้ง อบต.ดังกล่าว ใกล้เคียงกับไทม์ไลน์ของรัฐบาลยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง สส. ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2569 ตามที่รัฐบาลเคยบอก

ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ภายในเรือนจำเป็นเวลากว่า 1 ชม. น.ส.พินทองทา กล่าวว่า คุณพ่อสุขภาพจิตดี ยังเข้มแข็งอยู่ ตอนนี้ก็น่าจะครบเดือนแล้ว คุณพ่อมีบ่นนิ้วชาบ้าง

ส่วนนายณัฐพงศ์ กล่าวเสริมว่า ได้แจ้งคุณพ่อเรื่องเพื่อนร่วมรุ่นจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาให้กำลังใจ คุณพ่อก็ฝากคำขอบคุณมาด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เมื่อสักครู่ชาวบ้านแซวเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดไป รู้สึกอย่างไร หรือไม่ ปรากฏว่าทั้ง น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ ต่างยิ้มเขิน แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

มวลชนคนเสื้อแดงยังคงมาชุมนุมหน้าเรือนจำ แกนนำผู้ที่มากล่าวว่า เรามาจากจังหวัดศรีสะเกษ เราจะต่อสู้เลือกตั้งรอนาย ขอให้นายมีกำลังใจสู้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค.นี้ บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการรวมตัวกันของคนเสื้อแดงจาก 50 เขต พื้นที่ กทม. เพื่อร่วมทำกิจกรรมให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกคุมขังครบ 1 เดือน