“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 โดยมี 3 จังหวัดหลัก คือ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และสงขลา ร่วมเป็นเจ้าภาพ ว่า จากการที่ตนเองและคณะทำงานได้ร่วมติดตามความพร้อม รวมถึงมีโอกาสได้ไปสำรวจสถานที่จริงด้วยตนเอง ต้องยอมรับว่า ทั้ง 3 จังหวัด มีความพร้อมเป็นอย่างมาก โดยตั้งแต่เข้าสู่ปีงบประมาณ 2569 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 68 ทั้ง 3 จังหวัด ได้มีการปรับโฉม และสร้างบรรยากาศของเมืองกีฬา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ซึ่งจะเริ่มในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้านี้แล้ว

ดร.ก้องศักด กล่าวต่อว่า สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการหารือกันล่าสุดเมื่อกลางเดือน ก.ย. 68 จะเน้นไปที่การแปลงโฉมเมือง, สร้างการรับรู้และบรรยากาศของเมืองซีเกมส์ให้มีสีสันและมีความคึกคัก ผ่านการประดับตกแต่งเมือง, การประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้และตั้งตารอที่จะร่วมกันทำหน้าที่เจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า จ.ชลบุรี ที่ตนเองเดินทางไปสำรวจความพร้อมเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 68 ได้เห็นการเตรียมการที่เป็นไปด้วยดี โดยภาพรวมต้องชื่นชมทุกภาคส่วน ที่ช่วยกันบูรณาการการทำงานได้อย่างลงตัว ซึ่งตนมีความมั่นใจ เนื่องจากชลบุรี มีประสบการณ์ในการเป็นเจ้าภาพกีฬาตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ไปจนถึงระดับโลก จะสามารถดำเนินการจัดการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ขณะที่ สงขลา ซึ่งได้ไปสำรวจความพร้อม ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. 68 ก็ได้เตรียมการเป็นอย่างดี ไม่มีเรื่องใดให้น่ากังวลใจ เนื่องจากทุกฝ่ายในจังหวัดร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีการบรรจุกีฬาแข่งขันทั้งหมด 50 ชนิด ชิงชัย 574 เหรียญทอง, กีฬาสาธิต 3 ชนิด (กีฬาทางอากาศ, จานร่อน, ชักเย่อ) และกีฬาส่งเสริมมูลค่า 1 ชนิด (MMA-ศิลปะการต่อสู้แบบผสม).