เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ เชื่อมโยงการฟอกเงินในไทย โดยนายรังสิมันต์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีบริษัทหรือกองทุนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่อยู่ในกัมพูชา ช่วยเหลือการปกปิดตัวตนของผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง เป็นเครื่องมือในการเข้ามาลงทุนในบริษัทสำคัญของประเทศไทย และอาจมีการใช้เทคโนโลยีคริปโตเคอร์เรนซี่เพื่อฟอกเงินให้กับสแกมเมอร์ โดยมีอยู่ถึง 6-7 บริษัทหรือกองทุนที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ นั่นหมายความว่าการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานของประเทศไทย โดยเฉพาะ ก.ล.ต. จะต้องทำงานร่วมกันกับหน่วยงาน Monetary Authority of Singapore (MAS) ของสิงคโปร์ ซึ่งเบื้องต้น ก.ล.ต. ได้รับปากและยืนยันว่าจะมีการประสานกันในส่วนนี้แล้ว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่ชี้ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าเครือข่ายฟอกเงินและสแกมเมอร์ใช้ประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สอง หากได้รับข้อมูลที่เพียงพอและมีการประสานงานที่เพียงพอกับนานาชาติ ตนเชื่อว่าจะสามารถใช้โอกาสนี้ในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ได้อย่างเด็ดขาดมากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน โดยพวกตนจะพยายามทำเรื่องนี้อย่างดีที่สุด และตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานอย่าง MAS เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งฝ่ายการเมืองและผู้ปฏิบัติอย่าง ก.ล.ต. จะสามารถดำเนินการเพื่อจัดการกับทุนสีเทาที่ฟอกเงินผ่านบริษัทหรือกองทุนข้ามชาติเหล่านี้ได้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ตนและคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ จะเชิญนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง มาให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับธนาคาร BIC และ BIC Group ของนายยิม เลียก ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งนายวรภัคน่าจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเข้าไปจัดการปราบปรามกับขบวนการฟอกเงินอย่างเป็นระบบได้ โดยตนหวังว่านายวรภัคจะมาด้วยตนเอง ไม่ต้องส่งทนายความหรือคณะทำงานมา เพราะ ณ วันที่นายวรภัคเป็นกรรมการที่ปรึกษาของ BIC Group นายวรภัคทำเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง และเมื่อในวันนี้เป็นนักการเมืองแล้วก็ควรให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปสู่การปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์อย่างเป็นระบบ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่ออีกว่า สุดท้ายตนอยากใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เงียบไป นายกรัฐมนตรีควรมีท่าทีออกมาได้แล้ว ว่าตกลงแล้วรองนายกรัฐมนตรีซึ่งไปเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของฮุน เซน เกี่ยวข้องและได้รับการคุ้มครองจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีจะไม่ดำเนินการอะไรเลยหรือ

เมื่อถามว่าหลักฐาน 48 หน้า และที่แถลงวันนี้ยังไม่ได้ใหม่เลย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนขอยกตัวอย่างประการที่ใหม่ เช่น ตอนนี้ตนได้พยานหลักฐานที่เป็นเอกสารที่เรียกว่าตราตั้งของฮุน เซน ต่อนายเบนเลยก็ได้ เอกสารที่มีบริษัทใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพวกนี้ มีรายชื่อผู้ถือหุ้น มีชื่อบริษัทเป้าหมาย มีบุคคลที่เป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้าติดตามไปเรื่อยๆ วันที่ 30 ต.ค. นี้ เราขยายไปที่นายวรภัค เราจะขยายไปเรื่อยๆ หลักฐานนี้เราเห็นกำพืดของนายเบน

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า บริษัทที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่บริษัทพลังงานเพียงอย่างเดียว มีความหลากหลาย บางบริษัทที่ไม่ได้ใหญ่ ก็มีลักษณะที่คล้ายกับการปกปิดซ่อนตัวเอง บางบริษัทเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน บางบริษัทกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้ มักเป็นกลุ่มที่หน่วยงานของรัฐไปถือหุ้นอยู่ในบริษัทนั้น แสดงว่ามีความสามารถในการกำกับหรือชี้นำในสัดส่วนหุ้นที่เป็นของรัฐได้ เช่น อาจจะให้พยายามที่ทำให้ประกันสังคมขายหุ้นบางจากให้กับกลุ่มทุนนิรนามกลุ่มหนึ่ง เป็นต้น