สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า สมาชิกสภาคองเกรสเปรูมีมติเสียงข้างมากท่วมท้น 118 เสียง จาก 122 เสียง ถอดถอนประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต พ้นจากตำแหน่งผู้นำเปรู ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นาน หลังโบลูอาร์เตไม่ปรากฏตัวตามคำเชิญของรัฐสภา ที่ต้องการให้เธอให้ปากคำก่อนการลงมติ


ขณะที่นายโฮเซ เฮรี ประธานสภาคองเกรสเปรู จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดี จนกว่าจะถึงกำหนดการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือในเดือน เม.ย. 2569


ทั้งนี้ นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค. 2565 โบลูอาร์เตประสบกับอุปสรรคในการบริหารประเทศมาตลอด หลายฝ่ายกล่าวว่า เธอ “ไร้ศักยภาพทางศีลธรรม” ในการบริหารบ้านเมือง และมีความพยายามถอดถอนเธอแล้วหลายครั้ง

นายโฮเซ เฮรี (คนขวา) ทำพิธีสาบานตน รับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเปรู หลังรัฐสภาลงมติถอดถอนนางดีนา โบลูอาร์เต ให้พ้นจากตำแหน่ง


จนถึงตอนนี้ โบลูอาร์เตเผชิญกับการสอบสวนมากมาย หนึ่งในนั้นคือกรณีอื้อฉาวที่เรียกกันว่า “โรเล็กซ์เกต” จากการที่เธอไม่แจกแจงรายการทรัพย์สิน รวมถึงของกำนัลหรูหลายรายการ ซึ่งไม่มีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน


นอกจากนี้ เธอยังอนุมัติการขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สวนทางกับคะแนนนิยมของเธอที่แทบเป็นศูนย์ ตามด้วยการออกกฎหมายเมื่อเดือน ก.ย. ให้กลุ่มคนหนุ่มสาวต้องมีส่วนร่วมกับกองทุนบำเหน็จบำนาญเอกชน ทั้งที่เปรูกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงอย่างมากในตลาดแรงงาน โดยอัตราการจ้างงานนอกระบบสูงกว่า 70% และยังมีเรื่องของปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้.

เครดิตภาพ : AFP