สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศการขึ้นภาษีเพิ่มเติมกับจีนในอัตรา 100% ร่วมด้วยมาตรการควบคุมการส่งออก “ซอฟต์แวร์ที่สำคัญทั้งหมด” ของสหรัฐกับจีน จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้ เพื่อตอบโต้ “ความก้าวร้าวอย่างยิ่ง” และ “การทำตัวเป็นศัตรู” ของรัฐบาลปักกิ่ง


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในอีกประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้า ที่เกาหลีใต้ ว่าเขาไม่ได้ยกเลิกการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แต่ “ตอนนี้ไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น”


ทรัมป์กล่าวด้วยว่า “ไม่เข้าใจ” ว่าเพราะเหตุใดจีนจึงยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก “อีกครั้งในตอนนี้” ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ


ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และยุทโธปกรณ์ทางทหาร การจำกัดการส่งออกก่อนหน้านี้ของจีน เคยทำให้บริษัทสหรัฐหลายแห่งประสบปัญหา เช่น “ฟอร์ด” ซึ่งต้องระงับการผลิต

อนึ่ง นับตั้งแต่มีการพักรบทางการค้า เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา สินค้าจีนต้องเผชิญกับภาษีสหรัฐเพิ่มเติมที่อัตรา 30% ส่วนสินค้าสหรัฐ ที่เข้าจีนต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 10%


ขณะที่จีนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านั้นไม่นาน กระทรวงคมนาคมของจีนประกาศ เตรียมเก็บ “ค่าธรรมเนียมท่าเรือพิเศษ” สำหรับเรือที่ดำเนินการและสร้างในสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. นี้ เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลวอชิงตันประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับเรือที่เชื่อมโยงกับจีน เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP