สวัสดีแฟน ๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ทุกคนนะคะ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับ “SeoulStation” คอลัมน์สุดฮอตที่นำเอาเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง และไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตให้ทุกคนได้เข้ามาอ่านอย่างจุใจ โดยสัปดาห์นี้ นักข่าวฝึกหัด “ดาริน” ขอรับหน้าที่แทน “นูน่าเมี้ยน” ผู้น่ารักของทุกคนหนึ่งสัปดาห์นะคะ และเนื่องในโอกาสที่ “คังแดเนียล” (KANGDANIEL) ศิลปินหนุ่มพราวเสน่ห์ ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ กำลังบินลัดฟ้ากลับมาหา “FLOWD” (ชื่อแฟนคลับของคังแดเนียล) ชาวไทยอีกครั้งในงาน “2025 KANGDANIEL FANMEETING IN BANGKOK” ซึ่งการันตีความฟินโดยผู้จัด HIMAWANA MUSIC ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM เพื่อเป็นการมอบของขวัญแสนพิเศษให้ถึงที่ งานนี้ดารินก็เลยอยากชวนทุกคนมาย้อนดูเส้นทางแห่งความฝันของคังแดเนียล และทำความรู้จักกับเขากันมากขึ้นว่านอกจากความหล่อ ความเท่ ความน่ารัก และเสน่ห์ที่ล้นเหลือแล้ว หนุ่มสุดฮอตคนนี้ยังมีความสามารถอะไรที่ทำให้เหล่า FLOWD หลงรักอีก แบบที่ว่าถ้าอ่านจบแล้วอาจจะต้องรีบสมัครมาเป็น FLOWD กันเลยทีเดียว!

สำหรับ “คังแดเนียล” เป็นศิลปินที่มีความสามารถรอบด้านอันยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการร้อง การเต้น การแสดง รวมถึงงานเบื้องหลังอย่างการแต่งเพลง ซึ่งการันตีด้วยชื่อเสียงและรางวัลมากมายที่เขาได้รับ และด้วยทัศนคติที่ดีและความเคารพต่อทุกคนเสมอ ก็ทำให้เขาเป็นที่รักของผู้คนมากมาย อีกทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจที่ยังคงลุกโชน ตั้งแต่วันแรกจวบจนถึงวันนี้ที่เขาได้เปล่งประกายอยู่เส้นทางที่รัก
เส้นทางการเป็นศิลปินของคังแดเนียลเริ่มต้นขึ้นในปี 2017 นับตั้งแต่เขาเข้าร่วมแข่งขันในรายการเซอร์ไววัล “PRODUCE101 SEASON2” ซึ่งเดิมพันด้วยความหวังสุดท้ายในเส้นทางนี้ คังแดเนียลปรากฏตัวในรายการครั้งแรกด้วยลุคเด็กหนุ่มมาดแมนที่มาพร้อมกับผมสีชมพูสะดุดตา มีความสามารถในการเต้นที่โดดเด่น รวมถึงเสียงแร็ปที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสายแร็ปแต่ก็ไม่อายที่จะร้องเพลงด้วยความมั่นใจ คังแดเนียลเคยพูดเอาไว้ในตอนหนึ่งของรายการว่า “ผมคิดว่าไอดอลต้องทำทุกอย่างให้ดีครับ” หลังจากนั้นเขาก็ทุ่มเททำการแสดงอย่างเต็มที่ในทุกรอบการแข่งขัน ถึงแม้ในช่วงแรกคังแดเนียลจะไม่ได้เป็นตัวเต็งที่ได้รับความสนใจจากโปรดิวเซอร์หรือใคร ๆ มากนัก แต่ด้วยความสามารถ การพัฒนา ความตั้งใจ รวมถึงเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เขาก็สามารถคว้าใจผู้ชมได้อยู่หมัด จนสุดท้ายก็ได้ครอบครอง “อันดับ 1” ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 1,578,837 คะแนน และเดบิวต์เป็นเซ็นเตอร์ของวงโปรเจกต์ “Wanna One” ได้สำเร็จ

หลังจากรายการจบลง เขาก็เดินหน้าทำกิจกรรมในฐานะสมาชิกวง Wanna One ซึ่งคังแดเนียลก็โด่งดังและได้รับความรักจากแฟนคลับอย่างล้นหลามจนได้รับฉายาว่า “เซนเตอร์แห่งชาติ” นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “2030 Power Leaders” ผู้มีอิทธิพลของเกาหลีใต้ในช่วงอายุ 20 – 39 ปี ซึ่งจัดโดยนิตยสาร “Forbes Korea” ในปี 2018 นับเป็นหนึ่งในยุครุ่งเรืองที่สุดของคังแดเนียลเลยก็ว่าได้ และเมื่อสัญญาของวง Wanna One ได้สิ้นสุดลง เขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่าย “LM Entertainment” แต่ก็เกิดปัญหาฟ้องร้องเนื่องจากค่ายทำผิดข้อสัญญา ซึ่งศาลได้ตัดสินให้คังแดเนียลเป็นฝ่ายชนะ พร้อมยุติสัญญากับ LM Entertainment และสามารถทำงานในวงการต่อไปได้อย่างอิสระ หลังจากจบคดี คังแดเนียลก็กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในฐานะ “ศิลปินเดี่ยว” พ่วงด้วยอีกหนึ่งบทบาทในการเป็น “ประธานค่ายเพลง” ที่เขาได้ก่อตั้งขึ้น “Konnect Entertainment” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้รับรางวัล “APAN K-POP LABEL” ในปี 2022 ก่อนจะต้องปิดตัวลงด้วยปัญหาการฉ้อโกงภายในบริษัทเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 หลังจากร่วมเดินทางมายาวนานถึง 5 ปี ในเวลาต่อมาเขาก็ได้ร่วมทำงานกับสังกัดใหม่ “ARA” ซึ่งถึงแม้เขาจะได้รับข้อเสนอจากค่ายใหญ่มากมาย แต่ก็เลือกที่จะยืนหยัดไปกับทีมงานเดิมที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา

อย่างไรก็ตาม คังแดเนียลได้เปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2019 ด้วยสเปเชียลอัลบั้ม “Color on Me” ซึ่งทันทีที่เขาได้ปล่อยอัลบั้มเดบิวต์นี้ก็สร้างสถิติยอดขายวันแรกถล่มทลายกว่า 3 แสนชุด ขึ้นแท่นเป็น “ศิลปินเดี่ยวและศิลปินหน้าใหม่ที่ทำยอดขายวันแรกสูงสุดในประวัติศาสตร์” ของ Hanteo Chart และมียอดขายเดือนแรกทะลุ 5 แสนชุด ส่วนเพลงไตเติล “What are you up to” ก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี จนสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับสูงบนชาร์ตเพลงของหลายประเทศทั่วโลก ต่อมาคังแดเนียลก็ได้เริ่มต้นโปรเจกต์อัลบั้มซีรีส์สี เพื่อตามหาสีสันของตัวเอง โดยมีทั้งหมด 3 อัลบั้มด้วยกัน เริ่มต้นที่มินิอัลบั้มชุดแรก “CYAN” ที่มาในธีมสีฟ้าสดใส ต่อด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 กับสีชมพูสุดร้อนแรง “MAGENTA” ซึ่งหลังจากปล่อยอัลบั้มนี้คังแดเนียลก็สามารถทำสถิติ “ยอดขายอัลบั้มรวมทะลุ 1 ล้านอัลบั้ม” นับเป็นอีกหนึ่ง “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในฐานะศิลปินเดี่ยว” ก่อนจะปิดจบด้วยอัลบั้มสุดท้ายของซีรีส์นี้อย่าง “YELLOW” กับคอนเซปต์สีเหลืองที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็น และต่อมาก็ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก “The Story” ซึ่งเป็นเหมือนบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากนั้นคังแดเนียลก็เดินหน้าปล่อยผลงานคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น อัลบั้ม “The Story : RETOLD”, “REALIZE”, “ACT” และ “Glow to Haze” รวมถึงดิจิทัลซิงเกิล อาทิ “Outerspace”, “Ready to ride” และ “Mess” ทั้งยังได้เดบิวต์ในญี่ปุ่น พร้อมปล่อยอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นอย่าง “Joy Ride” และ “RE8EL” อีกด้วย

คังแดเนียลทำหน้าที่ในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างยอดเยี่ยม โดดเด่นด้วยทักษะร้อง แร็ป เต้น สะท้อนความเป็น “ออลราวเดอร์ที่แท้จริง” ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานในเส้นทางนี้ “เขาก็ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเองในทุก ๆ ด้าน” คังแดเนียลเริ่มต้นจากการเป็นแร็ปเปอร์ แต่ก็ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจนสามารถปลดล็อก “เสียงที่มีเสน่ห์” และถ่ายทอดอารมณ์อย่างลึกซึ้งผ่านผลงานที่โดดเด่นด้วยเสียงร้องมากมายอย่าง “1000x”, “Dreaming”, “Ghost”, “Supernova” โดยเฉพาะเพลง “Little Bit Lost” จากอัลบั้มล่าสุด ที่คังแดเนียลได้ปลดปล่อยเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ทักษะการแสดงบนเวทีก็ยังดีไม่แพ้กัน เพราะถึงแม้หลังเวทีคังแดเนียลจะมีภาพลักษณ์ที่ดูน่ารักซน ๆ แต่เมื่อต้องขึ้นแสดงบนเวที เขาก็สามารถเปลี่ยนเป็น “ศิลปินที่ท่วมท้นด้วยคาริสม่า” ปรับเข้ากับทุกสไตล์เพลงได้ในทันที เมื่อบวกกับท่วงท่าการเต้นที่ทั้งงดงามและทรงพลัง ก็ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวบนเวทีดูน่ามอง อีกทั้งคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ผ่านมาของคังแดเนียลทั้ง “FIRST PARADE” และ “ACT” ก็ได้โชว์ถึงทักษะการแสดงสดที่น่าทึ่ง ด้วยโวคอลที่มั่นคง รวมถึงเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่ พร้อมทั้งการเอนเตอร์เทนบนเวทีที่ทำให้คนดูเพลิดเพลินไปกับโชว์ของเขาได้อย่างไม่มีเบื่อ ทั้งยังได้รับคำชื่นชมและเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม

รวมถึงคังแดเนียลยังได้ “ก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักแสดงอย่างประสบความสำเร็จ” ด้วยการรับบทนำในซีรีส์เกาหลีออริจินัลของ Disney+ อย่าง “Rookie Cops” ในปี 2022 ซึ่งเล่าถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยตำรวจของเหล่าวัยรุ่นไฟแรง โดยคังแดเนียลได้รับบทเป็น “วีซึงฮยอน” นักเรียนอัจฉริยะผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม ก่อนหน้านี้ คังแดเนียลมักจะได้รับข้อเสนองานแสดงอยู่ตลอด แต่เขาก็ยังไม่เคยรับสักครั้ง เพราะคิดว่าการแสดงเป็นสายงานที่ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ แต่เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงเขาจึงตัดสินใจลองท้าทายดูในที่สุด ซึ่งแม้จะเป็นผลงานการแสดงครั้งแรก แต่คังแดเนียลก็สามารถตีความตัวละครและ “ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ” ทั้งที่คาแรกเตอร์ของวีซึงฮยอนแตกต่างจากตัวเขามาก รวมถึงแสดงหลากหลายอารมณ์ ทั้งฉากรักหวานซึ้ง ความตลกขบขัน ซีนแอ็กชัน ไปจนถึงดราม่าเข้มข้นออกมาได้ดีจนผู้กำกับเอ่ยปากชม พร้อมได้รับรางวัล “2022 AAA Best New Actor” นอกจากนี้เขายังสร้างทีมเวิร์กและความสัมพันธ์ที่ดีกับนักแสดงท่านอื่น ทั้งยังคอยสร้างบรรยากาศที่ดีในกองถ่ายอยู่เสมอ จนเป็นที่ประทับใจของทุกคน

และอีกหนึ่งบทบาทกับ “พิธีกรสุดไอคอนิก ภาพจำของรายการเต้นยอดฮิต” เมื่อ Mnet ได้เปิดตัวรายการแข่งขันเต้นใหม่ “Street Woman Fighter” ในปี 2021 พร้อมประกาศว่าคังแดเนียลได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรประจำรายการนี้ ซึ่งโปรดิวเซอร์ของรายการก็ให้เหตุผลในการเลือกเขาเป็น MC ว่า “คังแดเนียลมีความรักและความเข้าใจถึงการเต้นอย่างลึกซึ้ง เพราะเขาเคยเป็นนักเต้นบีบอยมาก่อน และคิดว่าเขาจะสามารถเป็น MC ที่ส่งเสริมการแข่งขันแดนซ์แบทเทิลได้ดี” ซึ่งคังแดเนียลก็สามารถดำเนินรายการได้อย่างราบรื่นและสนุกสนาน มีทักษะการพูดที่คล่องแคล่วเฉียบคม รวมถึงการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ดี ระหว่างรายการเขาจะคอยส่งเสียงเชียร์และโต้ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือกับเหล่าผู้เข้าแข่งขันอยู่เสมอ หลังจากรายการได้ออนแอร์ไปก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม เกิดเป็นกระแสไวรัลด้วยวลีเด็ด “Ready? Fight!” ของเขาจนได้รับการยกย่องว่า “เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายการประสบความสำเร็จ” สำหรับซีรีส์รายการเต้นของ Mnet คังแดเนียลก็ได้รับการหน้าที่ MC กวาดเรียบถึง 6 ซีซั่นติดต่อกัน จากความสำเร็จของครั้งนี้ คังแดเนียลก็ได้รับเชิญไปเป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ ตอกย้ำถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยมของเขา

นอกเหนือจากงานเบื้องหน้าแล้ว คังแดเนียลยังพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในฐานะ “โปรดิวเซอร์ผู้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ” ตั้งแต่อัลบั้มแรกก็มักจะเห็นชื่อของคังแดเนียลปรากฏอยู่ในเครดิตการแต่งเพลงเสมอ โดยเฉพาะอัลบั้มเต็มชุดแรก “The Story” ที่เขามีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลงทุกเพลง ผลงานของเขามักโดดเด่นด้วยการใช้ถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง อีกทั้งยังเล่นคำและวางสัมผัสได้อย่างสวยงาม ความสนใจในบทบาทโปรดิวเซอร์ของคังแดเนียลชัดเจนขึ้นในมินิอัลบั้มชุดที่ 6 “Glow to Haze” ที่เขาได้ใส่ทั้งความคิด ประสบการณ์ รวมถึงหลากหลายไอเดียลงไปมากที่สุด โดยเล่าถึงความรักที่ค่อย ๆ จืดจางลงเหมือนหมอกควัน ซึ่งคังแดเนียลได้เปรียบว่ามันคือการปล่อยวางช่วงเวลาที่เขาเคยส่องประกายที่สุด และเก็บไว้เพียงภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่เพียงเท่านี้แต่เขายังได้มีส่วนร่วมในการแต่งทำนองครั้งแรกในเพลง “Love Game” มาจนถึงผลงานล่าสุดอย่างดิจิทัลซิงเกิล “NO DAY” ที่เขาได้มีส่วนร่วมแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เขียนเนื้อเพลง แต่งทำนอง โปรดิวซ์ ไปจนถึงการออกแบบปกซิงเกิล ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยการทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บน Bugs chart และ iTunes Chart ประเทศไทย รวมถึงอันดับสูงในหลายประเทศ ทั้งนี้เขาวางเป้าหมายที่ “อยากให้ทั้งเพลงและตัวเขาเป็นที่รู้จักไปพร้อม ๆ กัน” และอยากที่จะทำผลงานดี ๆ ออกมาให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนความรักและการสนับสนุนของแฟนคลับ พร้อมตั้งเป้าที่จะก้าวไปสู่การเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์

มากไปกว่านั้นคังแดเนียลถือเป็นศิลปินที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแฟนคลับมาก ๆ โดยเขาได้เผยว่าสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์กับแฟน ๆ ยืนยาวก็คือการสื่อสาร “เขาไม่ชอบปล่อยให้แฟนคลับรอคอยอย่างไม่มีกำหนด” หากมีคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ จากแฟนคลับ เขาก็จะตอบกลับด้วยผลงานอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเขามักจะมาพูดคุยกับแฟนคลับอยู่เสมอ บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน การทำงาน แนวคิดดี ๆ ไปจนถึงการให้คำปรึกษากับแฟน ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งคำพูดหรือการกระทำของเขาก็จุดประกายบางอย่างให้กับแฟนคลับ เขาจึงเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับหลาย ๆ คนด้วย และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวผ่านอุปสรรคและประสบความสำเร็จได้ก็คือแฟนคลับ เขาจึงยกให้ “FLOWD เป็นจุดแข็งของแบรนด์คังแดเนียล” เพราะพวกเขาไม่เพียงแค่ให้กำลังใจ แต่ยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกครั้งที่เขาเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ คังแดเนียลและ FLOWD ต่างก็ร่วมเดินทางผ่านอุปสรรคและเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย พร้อมเติบโตมาด้วยกัน ดังนั้น “คังแดเนียลและ FLOWD จึงเป็นมากกว่าศิลปินและแฟนคลับ” เพราะเขาเป็นทั้งเพื่อน ครอบครัว เป็นรอยยิ้ม และ “ของขวัญแสนพิเศษ” ของกันและกัน

ตลอดเส้นทางที่คังแดเนียลได้โลดแล่นอยู่ในวงการ เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “เด็กฝึกไอดอลผมสีชมพู” ในวันนั้นสามารถเติบโตขึ้นมาเป็น “ศิลปินคังแดเนียลผู้เก่งรอบด้าน” และทำได้ดีในทุกอย่างตามที่เคยตั้งใจ แม้ระหว่างทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องพบเจออุปสรรคและบททดสอบมากมาย แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ ยังคงลุกขึ้นสู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีเหล่า “FLOWD อยู่เคียงข้าง” เป็นแรงสนับสนุนที่อบอุ่นเสมอ ทำให้เขาสามารถเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานที่เขารักได้อย่างมีความสุข และกลายมาเป็น “ศิลปินที่สมบูรณ์แบบในฉบับของตัวเอง” ได้อย่างน่าภาคภูมิ ซึ่งเชื่อเลยว่าเส้นทางต่อจากนี้ของคังแดเนียลจะต้องเปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าเดิม โดยมี FLOWD คอยก้าวไปพร้อมกับเขาในทุกช่วงเวลา!..
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย นักข่าวฝึกหัด “ดาริน”



