จากกรณี สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง อ.บ้านกรวด และ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่ยังเงียบสงบ ไม่มีการปะทะกันระหว่างทหาร 2 ฝ่าย แต่ความรู้สึกของชาวบ้าน ยังเต็มไปด้วยความหวาดผวา ไม่รู้จะเกิดการปะทะขึ้นอีกเวลาไหน เนื่องจากชายแดนฝั่งจังหวัดสระแก้ว ยังคงตึงเครียดเรื่องข้อพิพาทเขตแดน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านพักพื้นที่ ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ของนายณัฐพล นิยม เจ้าของเต็นท์รถมือสอง หลังจากเจ้าตัวโพสต์ภาพบ้านหลังเล็กหลังหนึ่ง พร้อมเขียนข้อความว่า “บังเกอร์โมเดิร์น” ซึ่งมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นและสอบถามเป็นจำนวนมากว่าเป็นบ้านอยู่อาศัยหรือบังเกอร์กันลูกปืนทหารเขมร

โดยบ้านดังกล่าวมาขนาด 4×5 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ชั้นบนทำเป็นดาดฟ้ามีบันไดเดินขึ้น สามารถไปนั่งเล่นชมวิวได้ ชั้นล่างทำเป็นห้องเดียว ตกแต่งด้วยรูปภาพ บ้านหลังนี้มีความพิเศษตรงที่ผนังมีความหนาถึง 30 ซม. ซึ่งเจ้าของบ้านเผยว่า มีแนวคิดจะสร้างหลุมหลบภัยเป็นของครอบครัว เอาไว้ป้องกันหากมีเหตุปะทะกัน แต่มาคิดว่าหลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ทั่วไปมักจะขุดลงไปแล้วเอาดินกลบ

ส่วนตัวมองว่าหากไม่มีภัย ก็จะรกรุงรัง มีน้ำขังกลายเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่ จึงดูทิศทางลูกระเบิดของทหารเขมร แล้วมาออกแบบสร้างเป็นบ้านโมเดิร์นบังเกอร์ขึ้นมา ลงทุนประมาณ 50,000 บาท สามารถเข้าไปนั่งเล่นหรือหลบภัยได้ เพราะผนังเทด้วยปูนทั้งหมด มีความหนาถึง 30 ซม.
นายณัฐพล กล่าวด้วยว่า บังเกอร์-โมเดิร์นนี้ เชื่อว่าป้องกันได้ สามารถเข้าไปหลบอยู่ข้างในได้ประมาณ 20 คน เคยมีทหารมาดูแล้วชื่นชมและแนะนำให้เอายางรถยนต์มาวางบริเวณประตูก็จะช่วยได้ดีกว่านี้ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าชาวบ้านยังอยู่กับอย่างหวาดผวา ไม่รู้ว่าจะมีการปะทะกันอีกเมื่อไหร่ หรือจะหยุดยิงถาวรหรือไม่ เวลาได้ยินเสียพลุ หรือเสียงฟ้าร้อง ต่างหันหน้าไปมองกันว่าจะเอาอย่างไรดี อยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขอให้ทำอะไรบางอย่างให้ชาวบ้านอุ่นใจ เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้านแต่ละคนอยากได้ “กำแพง” กั้นไทยกับเขมรมากที่สุด.



