สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ประกาศเป็นครั้งแรกว่า โลกน่าจะมาถึงสิ่งที่เรียกว่า “จุดพลิกผัน” ซึ่งเป็นการแนวโน้มที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และถาวรในโลกธรรมชาติ

“มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ตอนนี้เราแทบจะแน่ใจว่า เราข้ามผ่านจุดพลิกผันหนึ่งแล้ว สำหรับมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น หรือแนวปะการังเขตร้อน” นายทิม เลนตัน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศและระบบโลก จากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ ระบุในรายงาน

ข้อสรุปดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากการสังเกตการณ์การตายของปะการังในโลกความเป็นจริง “ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ทั่วแนวปะการังเขตร้อน นับตั้งแต่การประเมินจุดพลิกผันทางวิทยาศาสตร์อย่างครอบคลุมครั้งแรก ได้รับการเผยแพร่เมื่อปี 2566

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ที่สุด และรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็ขยายวงกว้างครอบคลุมแนวปะการังของโลกมากกว่า 80%

อนึ่ง รายงานของนักวิทยาศาสตร์ 160 คน จากสถาบันวิจัยระดับโลกหลายสิบแห่ง ระบุว่า เนื่องจากอุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.4 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมแล้ว แนวปะการังในน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น จึงข้ามผ่านจุดพลิกผันทางความร้อน และประสบกับการฟอกขาวที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวว่า แนวปะการังจะไม่หายไปโดยสิ้นเชิง แต่มันจะวิวัฒนาการไปสู่ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายน้อยลง ซึ่งผู้เขียนรายงานระบุเสริมว่า แม้ปะการังบางสายพันธุ์ที่ทนต่อความร้อน อาจอยู่รอดนานกว่าปะการังชนิดอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว วิธีแก้ไขปัญหาเพียงหนึ่งเดียวคือ การหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ.

เครดิตภาพ : AFP