สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถิติชาวเกาหลีใต้ถูกล่อลวงและลักพาตัวในกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น จากกลโกงการหลอกลวงจ้างงานของแก๊งสแกมเมอร์ และการเสียชีวิตของนักศึกษาหนุ่มชาวเกาหลีใต้ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการถูกทรมานอย่างรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ระหว่างถูกลักพาตัวไปในกัมพูชา


ขณะเดียวกัน ผู้นำเกาหลีใต้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งจัดตั้ง “ช่องทางการสื่อสารปกติ” ระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ ผ่านการปรึกษาหารือกับรัฐบาลกัมพูชา พร้อมทั้งเสริมว่า พลเมืองเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชา ควรได้รับการค้นหาให้พบ และมีการประงานเพื่อส่งตัวกลับประเทศโดยเร็วที่สุด


นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ขอให้หน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง “ดำเนินการทันที” เพื่อปกป้องพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชา จากการเกิดเหตุการณ์เลวร้าย ซ้ำรอยกับที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาหนุ่มคนดังกล่าว และการยกระดับข้อจำกัดด้านการเดินทาง ไปยังพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงอาชญากรรมในระดับสูง


ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการเตือนภัยพลเมือง ในการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา จากเดิม “2 ควรระวัง” เป็น “การเตือนภัยพิเศษ” เทียบเท่ากับระดับ 2.5 หรือ 2 ครึ่ง จากทั้งหมด 4 ระดับ


การเตือนภัยดังกล่าวหมายความว่า พลเมืองเกาหลีใต้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ส่วนพลเมืองซึ่งกำลังอยู่ที่เมืองหลวงของกัมพูชา ขอให้เดินทางออกจากพื้นที่ ในเบื้องต้นมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่อาจมีการขยายระยะเวลาได้อีก “ตามความเหมาะสมและความจำเป็น”.

เครดิตภาพ : AFP