สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า การคำนวณของผู้ซื้อเปลี่ยนไป เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งในวงกว้าง และนำไปสู่การชะงักงันของอุปทานพลังงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
บริษัท ออคโทปุส อิเล็กทริก วีฮิเคิลส์ ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า ความต้องการรถอีวีคันใหม่เพิ่มขึ้น 95% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และความต้องการรถอีวีมือสองเพิ่มขึ้นสูงถึง 160% ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกลุ่มวิจัย “นิว ออโตโมทีฟ” และกลุ่มอุตสาหกรรม “อี-โมบิลิตี ยุโรป” แสดงให้เห็นว่า การจดทะเบียนรถอีวีคันใหม่ทั่วยุโรป เพิ่มขึ้น 34% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมตลาด 16 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของยอดขายรถยนต์ของสหภาพยุโรป (อียู) และสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา)
ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดออนไลน์หลายแห่งยังพบว่า การค้นหารถอีวีคันใหม่และรถอีวีมือสอง ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถอีวีแบรนด์จีน ที่มีรุ่นราคาถูกกว่า
แม้ในอดีต ผู้บริโภคจำนวนมากหันไปใช้รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน เมื่อราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง และเปลี่ยนกลับมาใช้รถยนต์ปกติ เมื่อราคาน้ำมันลดลง แต่ผู้เล่นหลายคนในอุตสาหกรรมกล่าวว่า แนวโน้มครั้งนี้อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน เปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานในชีวิตประจำวันอย่างสิ้นเชิง.
เครดิตภาพ : REUTERS



