การแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์กำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความคึกคักของแฟนกีฬาชาวไทย ที่รอชมการชิงชัยของนักกีฬาจากทั่วอาเซียน แต่ปีนี้ความพิเศษอยู่ที่แนวคิดใหม่ของเจ้าภาพประเทศไทย ที่ประกาศจัดการแข่งขันภายใต้คอนเซปต์ “ซีเกมส์สีเขียว” หรือ Green SEA Games มุ่งเน้นจัดมหกรรมกีฬาแบบ “ลดคาร์บอน” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

แนวคิด “Low Carbon Event” ถูกนำมาใช้ในการจัดงานครั้งนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด ทั้งการเดินทางของนักกีฬา การขนส่งวัสดุอุปกรณ์ การใช้พลังงานในสนามแข่งขัน ไปจนถึงการจัดการขยะและของเสียหลังจบงาน เป้าหมายคือการจัดการแข่งขันที่สนุก ตื่นเต้น แต่ไม่ทำร้ายโลกใบนี้

ซีเกมส์สีเขียวและพาราลิมปิกอย่างยั่งยืน Sustainable Paralympics จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ทั้งภูมิภาคตระหนักถึงความสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่การจัดกีฬาระดับนานาชาติ ถูกยกระดับให้เชื่อมโยงกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนต่อปีในระดับสูงกว่า 300 ตัน ขณะที่สามารถจัดการได้เพียงราว 20 ตันต่อปี การจัดแข่งขันซีเกมส์ในแนวทางใหม่ จึงถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ ว่ากีฬาและสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง “โอลิมปิก ปารีส 2024” ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดและการรีไซเคิลวัสดุในสนามกีฬา ซึ่งประเทศไทยได้นำมาปรับใช้ตามบริบทของตนเอง พร้อมระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “แกรนด์สปอร์ต” ผู้ผลิตชุดแข่งขันของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่ได้ออกแบบชุดซีเกมส์ภายใต้แนวคิด “Beyond the Spirit” ซึ่งหมายถึง “เหนือกว่าคำว่าสปิริต” โดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลจากขวดพลาสติกมาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นใยผ้า ช่วยลดขยะพลาสติก และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตได้จริง

นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ชุดแข่งใหม่นี้ยังเน้นการสวมใส่สบาย น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี และออกแบบตามความต้องการเฉพาะของนักกีฬาแต่ละประเภท ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า “ความยั่งยืน” ไม่ได้อยู่ห่างไกลจาก “สมรรถนะของนักกีฬา” เลยแม้แต่น้อย