สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่ารัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากข้อบกพร่องด้านการกำกับดูแล “ที่ร้ายแรง” และเพื่อป้องกันไม่ให้ชิปเหล่านี้ขาดแคลนในกรณีฉุกเฉิน

ขณะที่บริษัทเทคโนโลยี “วิงเทค” ของจีน ซึ่งเป็นเจ้าของเน็กพีเรีย ออกมาตอบโต้ว่า บริษัทจะดำเนินการปกป้องสิทธิของตน และจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลปักกิ่ง

ด้านกระทรวงเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ระบุว่า รัฐบาลได้นำกฎหมายว่าด้วยความพร้อมจำหน่ายของสินค้า (Goods Availability Act) ซึ่งเป็นกฎหมายฉุกเฉินสมัยสงครามเย็น เมื่อช่วงปี 2493 มาใช้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพบสัญญาณของข้อบกพร่องด้านการกำกับดูแลที่ร้ายแรงภายในบริษัท

กระทรวงเสริมว่า สัญญาณเหล่านี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความต่อเนื่อง รวมถึงการปกป้องความรู้และศักยภาพทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ทั้งในเนเธอร์แลนด์และยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงเหล่านี้ โดยโฆษกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์บีบีซีว่า ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเปิดเผย

ภายใต้คำสั่งดังกล่าว นายวินเซนต์ คาร์เรมองส์ รมว.เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ สามารถยกเลิก หรือระงับการตัดสินใจของเน็กพีเรียได้ หากการตัดสินใจส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ และอนาคตของบริษัท เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอในกรณีฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน บริษัทยังสามารถดำเนินการผลิตต่อไปได้

ด้านโฆษกของเน็กพีเรียย้ำว่า บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ การควบคุมการส่งออก และมาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่ทั้งหมด.

เครดิตภาพ : AFP