จากกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ผวจ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยบูรณาการตรวจสอบ พบเค้าลางนอมินีไทยถือหุ้นแทน พร้อมตรวจพบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรูติดทะเล–เชิงเขา 6 ไร่ ไม่มีใบอนุญาต แถมยังรุกพื้นที่อุทยานฯ เตรียมใช้โดรนบินสำรวจเปรียบเทียบแผนที่ดาวเทียม ยืนยันเอาผิดถึงที่สุด

จากกรณีเกิดกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอิสราเอลในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว อ.เกาะพะงัน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สืบเนื่องจากพฤติกรรมเชิงลบทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจและนักท่องเที่ยว โดยมีการระบุว่า มีชาวอิสราเอลเข้ามาถือครองที่ดินและทำธุรกิจโดยใช้นอมินีชาวไทย ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวบางรายมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่นและผู้ประกอบการชาวไทย กระแสต่อต้านดังกล่าวได้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า ภายหลังทุกภาคส่วนได้เริ่มขยับแก้ไขปัญหากระแสต่อต้านชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน โดยนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้นั่งหัวโต๊ะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายในทุกด้าน ร่วมกันหาแนวทางจัดการปัญหา

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ได้ดำเนินการเชิงรุกอย่างรวดเร็ว ล่าสุด หน่วยงานที่ดูแลการจัดตั้งนิติบุคคลตรวจพบความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดยเฉพาะรายชื่อผู้ถือหุ้นชาวไทย ซึ่งมีลักษณะผิดสังเกต เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นชาวไทยบางรายอาจเกรงความผิด จึงพยายามเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้

ในส่วนของหน่วยงานด้านความมั่นคง รายงานการตรวจสอบข้อมูลภาคสนามพบสิ่งปลูกสร้างและการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ รวมถึงร่องรอยการตัดถนนจากพื้นที่ราบขึ้นไปยังป่าบนภูเขาสูง เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วยอากาศยานไร้คนขับ เพื่อเปรียบเทียบกับแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ทั้งนี้ มีรายงานว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเดินทางลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ล่าสุดยังตรวจพบโครงการก่อสร้างวิลล่าริมทะเลและเชิงเขา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของชาวอิสราเอล บนพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางปี 2567 เคยเกิดเหตุดินถล่มจากการก่อสร้างอาคารสูง 12 เมตร จำนวน 4 หลัง และการปรับหน้าดินบริเวณเชิงเขา จากการตรวจสอบในขณะนั้นพบว่า โครงการดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง แต่ปัจจุบันกลับมาดำเนินการก่อสร้างต่อ ขณะที่โครงการวิลล่าริมทะเลในพื้นที่เดียวกัน จำนวน 6 หลัง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีชาวอิสราเอลเข้าพักอาศัยเต็มทุกหลัง จนชาวบ้านในพื้นที่ขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านอิสราเอล”