สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งพยายามแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายครัวเรือนที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากวิกฤติหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความวุ่นวายในต่างประเทศ ในภาคส่วนการค้า สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภค

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดของไอเอ็มเอฟ ชี้ให้เห็นถึง “อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ” ในจีน โดยราคาผู้บริโภคลดลงในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ด้วยอัตราเร็วที่สุดในรอบ 6 เดือน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

แม้ไอเอ็มเอฟระบุว่า นโยบายการคลังของจีน ยังคงขยายตัวอย่างเหมาะสม แต่หน่วยงานเตือนด้วยว่า นโยบายปัจจุบันเป็นการเบี่ยงเบนอย่างต่อเนื่อง จากจุดยืนที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในระยะกลาง

สำหรับจีน การปรับสมดุลการบริโภคของครัวเรือน รวมถึงการใช้มาตรการทางการคลังที่มุ่งเน้นการใช้จ่ายด้านสังคมและภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ตลอดจนการปรับลดนโยบายด้านอุตสาหกรรม จะช่วยลดการค้าเกินดุลภายนอก และบรรเทาแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดภายในประเทศ ไอเอ็มเอฟ ระบุเสริม

ทั้งนี้ รายงานของไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีของจีน จะแตะระดับ 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ก่อนที่จะชะลอตัวเหลือ 4.2% ในปีหน้า ซึ่งทั้งสองตัวเลขไม่เปลี่ยนแปลงจากรายงานฉบับที่แล้วในเดือน ก.ค.

เครดิตภาพ : AFP