สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี กำหนดแผนการด้านสภาพอากาศเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินสนับสนุน 8,000 ล้านยูโร (ราว 303,344 ล้านบาท) สำหรับมาตรการต่าง ๆ เช่น การขยายพลังงานลม และการเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 65% จากระดับปี 2533 ภายในปี 2573 และบรรลุความเป็นกลางทางสภาพอากาศภายในปี 2588 โดยจนถึงขณะนี้ ประเทศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 48% ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง รวมถึงภาวะชะงักงันของการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากสงครามในอิหร่าน

ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ พบว่า โครงการของรัฐบาลเบอร์ลิน “ไม่เพียงพอ” และเชื่อว่าเยอรมนีอาจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ มากถึง 100 ล้านเมตริกตัน ซึ่งสูงกว่าที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่า อาจเกินกว่า 4.5 ล้านตัน

“สมมุติฐานที่ใช้ในการคำนวณ โดยเฉพาะในภาคส่วนพลังงานและการก่อสร้าง จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง และจากการประเมินของเรา ผลกระทบในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แท้จริงของโครงการนี้ น่าจะต่ำกว่าที่รัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ” นางบาร์บารา ชโลมันน์ ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS