จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอชายชาวต่างชาติพูดข่มขู่นักท่องเที่ยวบนรถทัวร์ให้ซื้อสินค้า ก่อนเดินทางกลับประเทศ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรง และสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง
ต่อมา พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ โชติกลาง รอง ผบก.ทท.2 และ พ.ต.อ.พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ ผกก.2 บก.ทท.2 ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มมาตรการตรวจสอบเชิงรุกในจุดที่เป็นเป้าหมายของกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
ล่าสุดวันที่ 15 ต.ค. พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 ทท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว นำทีมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายของฝากและจุดแวะพักของกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติ โดยเน้นย้ำให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สนับสนุนพฤติกรรมการบังคับขายสินค้า และร่วมกันเฝ้าระวังไม่ให้มีการนำ “ไกด์เถื่อน” เข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่

พ.ต.ท.อวิรุทธ์ เปิดเผยว่า มัคคุเทศก์หรือไกด์ เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยตามกฎหมาย ห้ามคนต่างด้าวประกอบอาชีพนี้โดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่เป็นคนต่างด้าว จะถูกดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศตามกฎหมายคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยวได้กำชับให้สถานประกอบการทุกแห่งร่วมมือกันเพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เป็นธรรม และได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น (High Season) ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามา หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเห็นการกระทำผิดหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน “Thailand Tourist Police” ได้ทั้งระบบ iOS และ Android
โดยในระหว่างการตรวจสอบ ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่งได้ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ในคลิปสร้างความไม่สบายใจอย่างมาก เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชียงใหม่และประเทศไทยโดยรวม พร้อมยืนยันความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด.



