ในวงการออกแบบและก่อสร้างทุกวันนี้ ถ้าจะพูดถึงวัสดุหลักที่สถาปนิกและเจ้าของบ้านนิยมใช้ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “ไม้เทียม” หรือ WPC (Wood Plastic Composite) อย่างแน่นอน
หลายปีก่อน เราอาจจะยังคงถกเถียงกันเรื่องของข้อดีข้อเสียระหว่างไม้เทียมกับไม้จริง แต่ในปัจจุบันนี้ บทสนทนาได้เปลี่ยนไปแล้วครับ คำถามที่สำคัญกลับกลายเป็น “เราสร้างอะไรใหม่ๆ จากไม้เทียมได้บ้าง?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึก 3 เทรนด์การใช้งานไม้เทียมที่น่าสนใจ ที่แสดงให้เห็นว่าวัสดุชนิดนี้ได้กลายมาเป็นองค์ประกอบของงานดีไซน์ยุคใหม่อย่างแท้จริง
เทรนด์ที่ 1 การการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งภายนอกและภายใน
ปัจจุบัน “ไม้เทียม” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่งานตกแต่งภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นวัสดุหลักในงานตกแต่งภายในด้วย เหตุผลสำคัญก็เพราะผู้ผลิตได้พัฒนาไม้เทียม WPC ออกเป็น 2 กลุ่มที่เหมาะกับงานคนละประเภทไว้อย่างชัดเจนครับ
- คุณสมบัติของไม้เทียมสำหรับงานภายนอก จะเน้นเรื่องความทนทานเป็นพิเศษ เพราะต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมที่ดี จึงมีการใช้เทคโนโลยีสร้างชั้นป้องกันรอบแกนไม้เทียม เพื่อให้ทนต่อแดดและฝน ป้องกันการซีดจางของสี ทำให้ไม้เทียมสีสวยทนนานและไม่เสียหายง่าย
- คุณสมบัติของไม้เทียมสำหรับงานภายใน จะเน้นเรื่องความสวยงามและดีไซน์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างบรรยากาศให้แต่ละห้องมีสไตล์ที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย แต่ก็ยังคงคุณสมบัติสำคัญที่เหมาะกับงานในบ้านไว้อย่างครบถ้วน เช่น กันปลวก ทนความชื้น ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และดูแลรักษาง่าย
จะเห็นได้ว่าเทรนด์นี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักออกแบบและเจ้าของบ้าน สามารถนำเสน่ห์ของไม้เทียมไปใช้ตกแต่งในทุกพื้นที่ของบ้านได้ ตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงในห้องนอนเลยครับ
เทรนด์ที่ 2 การออกแบบฟาซาดเพื่อประโยชน์ใช้สอย
นอกจากไม้เทียมได้จะกลายเป็นวัสดุหลักที่นักออกแบบนิยมใช้กันแล้ว ยังสามารถใช้กั้นแสงธรรมชาติหรือสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาได้ด้วย เช่น การนำไม้ระแนงเทียมมาทำเป็นฟาซาด (Facade) ที่นอกจากจะสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นการออกแบบที่ทำให้ตัวอาคารดูมีมิติที่น่าสนใจ และเป็นวิธีที่ช่วยระบายความร้อนอีกด้วย (Passive Cooling) และด้วยคุณสมบัติของไม้เทียมที่แข็งแรงทนทาน จึงทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกได้ดี สีไม่ซีดจางง่าย เรียกได้ว่า การใช้ไม้เทียมสร้างฟาซาดจึงเป็นการตกแต่งบ้านให้มีเอกลักษณ์และเข้ากับประโยชน์ใช้สอยในด้านต่างๆ ได้อย่างลงตัว
เทรนด์ที่ 3 การผสมผสานวัสดุเพื่อสร้างพื้นผิวที่น่าสนใจ
เอกลักษณ์ของไม้เทียมจะยิ่งโดดเด่นขึ้นเมื่อถูกนำมาใช้ร่วมกับวัสดุอื่นที่มีพื้นผิว (Texture) แตกต่างกัน เทรนด์การจับคู่วัสดุจึงเป็นที่นิยมมากในงานออกแบบร่วมสมัย ยิ่งในปัจจุบันมีการพัฒนา texture ของไม้เทียมให้หลากหลายมากขึ้น ยิ่งช่วยสร้างความลงตัวให้กับการนำมาตกแต่ง เช่น ไม้เทียมที่มีลายโลหะมากรุผนังคู่กับผนังหินอ่อน หรือการทำรั้วที่ผสมผสานระหว่างระแนงไม้เทียมกับกำแพงหิน เป็นการการนำความอบอุ่นของลายไม้เทียมมาตัดกับความดิบเท่ของปูนเปลือย ช่วยให้งานตกแต่งดูมีมิติ มีเอกลักษณ์และไม่น่าเบื่ออีกด้วย
ข้อควรรู้ก่อนนำไม้เทียมไปปรับใช้
เพื่อให้งานตกแต่งจากไม้เทียมออกมาสวยงาม ทนทาน และคุ้มค่าอย่างที่ตั้งใจไว้ ควรพิจารณาข้อควรรู้ดังต่อไปนี้
- ความสำคัญของโครงสร้าง
ไม่ว่าไม้เทียมจะสวยงามและทนทานแค่ไหน ส่วนสำคัญหนึ่งคือ เรื่อง “โครงสร้าง” ไม่ว่าจะเป็นงานพื้น, ผนัง, หรือระแนง จำป็นต้องมีการวางโครงเหล็กหรืออลูมิเนียมเพื่อเป็นตัวยึดเกาะ การคำนวณระยะห่างของโครงที่เหมาะสม การเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นสนิม และการติดตั้งที่ได้ระดับ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม้เทียมของคุณไม่บิดงอ ไม่แอ่นตัว และคงความสวยงามได้ยาวนานหลายสิบปี
- การเลือกผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์
ไม้เทียม เป็นวัสดุที่มีเทคนิคการติดตั้งเฉพาะตัว เช่น การเว้นช่องว่างเล็กน้อยระหว่างแผ่นเพื่อให้วัสดุขยายตัว (Expansion Gap) หรือวิธีการยึดคลิปที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้วัสดุเสียหายได้ การเลือกใช้ทีมช่างที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการติดตั้งวัสดุ WPC โดยตรง จึงเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดว่าจะไม่เกิดปัญหาจุกจิกตามมาในอนาคต
- การเลือกผิวสัมผัสและสีสันให้เข้ากับสไตล์
เพื่อให้งานออกแบบดูสมบูรณ์แบบ การเลือกผิวสัมผัสและสีสันของไม้เทียมก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น เทรนด์ตกต่งด้วยการผสมผสานวัสดุ หากคุณต้องการลุคแบบอินดัสเทรียลลอฟท์ การเลือกไม้เทียมลายไม้สีเข้มคู่กับไม้เทียมลายเหล็กสีดำก็จะเข้ากันได้ดี หรือหากต้องการลุคโมเดิร์นทรอปิคอล การเลือกไม้เทียมสีไม้อ่อนๆ ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ การเลือกแบรนด์ที่มีตัวเลือกหลากหลายจะช่วยให้คุณออกแบบได้ตามที่ใจต้องการมากขึ้น
หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้ไม้เทียมที่มีคุณภาพ
ในปัจจุบันตลาดไม้เทียมมีอยู่หลายแบรนด์ แน่นอนว่าการจะนำเทรนด์เหล่านี้มาปรับใช้จริง หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมที่มีคุณภาพสูงจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครบวงจร ครอบคลุมทั้งพื้นไม้เทียม ผนังไม้เทียมสำหรับงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอก และระแนงไม้เทียมหลากหลายรูปแบบ เช่น แบรนด์ remood เพื่อให้นักออกแบบและเจ้าของบ้านสามารถหาวัสดุที่ตอบโจทย์ไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ ได้ครบจบในที่เดียว ถ้าเป็นแบรนด์ที่มีปริการติดตั้งได้ก็ยิ่งดี
ท้ายที่สุด เทรนด์เหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่าไม้เทียมได้เดินทางมาไกล จากที่เคยเป็นเพียง “วัสดุทดแทน” เพื่อลดการใช้ไม้จริง ลดการตัดไม้ทำลายป่า ปัจจุบันได้กลายมาเป็นวัสดุตกแต่งที่สำคัญ ใช้แทนไม้จริงได้ 100% และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน



