ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ซึ่งประเทศบาห์เรน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 22-31 ต.ค.68 โดยมีนักกีฬากว่า 4,300 คนจาก 45 ประเทศในเอเชีย เข้าร่วมการชิงชัยทั้งหมด 26 ชนิดกีฬา 247 เหรียญทอง

ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า กกท. ได้ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการเตรียมนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันเอเชียนยูธเกมส์ ครั้งนี้ ซึ่งรายการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ที่จะยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี 2030 ต่อไป

“เราสนับสนุนทุกอย่างที่เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติของเยาวชนในทุกมหกรรมกีฬา เช่นเดียวกับการเสนอตัวจัดมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี 2030 เราก็ยังเดินหน้าเพื่อคว้าสิทธิในการเป็นเจ้าภาพให้ได้” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในเดือน ธ.ค.นี้ และเราได้เปิดให้เด็ก ๆ เยาวชน นักเรียน ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในซีเกมส์ ด้วย เราจะนำเรื่องนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งให้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ได้นำไปพิจารณาถึงความพร้อมของประเทศไทย รวมไปถึงการจัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ก็จะถูกรวมเข้าไปในแผนการนำเสนอความพร้อมด้วย

สำหรับกีฬาเอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ต.ค.68 ที่ประเทศบาห์เรน กกท. ร่วมกับ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ส่งนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย รวม 330 คน เข้าร่วมการแข่งขัน 24 ชนิดกีฬา ได้แก่ ว่ายน้ำ, กรีฑา, แบดมินตัน, แฮนด์บอล, บาสเกตบอล 3×3, อีสปอร์ต, ยูโด, มวยปล้ำ, จักรยาน, กอล์ฟ, วอลเลย์บอล, เทควันโด, เทเบิลเทนนิส, ไตรกีฬา, มวยสากล, ยกน้ำหนัก, กาบัดดี้, เทคบอล, MMA-ศิลปะการต่อสู้แบบผสม, ยูยิตสู, ฟุตซอล, มวยไทย, ปันจักสีลัต และ คูราช ยกเว้น ขี่ม้า และ ขี่อูฐ

โดย กกท. ตั้งเป้าหมายร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ไว้ที่ 22 เหรียญทอง จาก ว่ายน้ำ 1 ทอง, กรีฑา 3 ทอง, แบดมินตัน 1 ทอง, อีสปอร์ต 1 ทอง, ยูยิตสู 2 ทอง, จักรยาน 1 ทอง, เทควันโด 2 ทอง, ไตรกีฬา 1 ทอง, มวยปล้ำ 1 ทอง, ยกน้ำหนัก 1 ทอง, เทคบอล 2 ทอง, มวยสากล 1 ทอง และ มวยไทย 5 ทอง.