กิจกรรมที่เราสองคนทำแล้วบาลานซ์ คือ เรื่องการวางแผนทางการเงิน ก่อนหน้ามีความสงสัยว่าเราทั้งสองจะต้องหาเงินได้เท่าไรจึงจะมีชีวิตที่สบาย ทางออกจึงจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อจะได้รู้ว่าเมื่อเกษียณเราต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะพอ จนได้คำตอบว่า เราต้องหาเงินได้จำนวนหนึ่ง เมื่อหาได้ตามเป้า รู้สึกว่า เรารวยแล้ว ไม่เช่นนั้นจะตอบตัวเองไม่ได้ว่าในหนึ่งปีจะหาเงินได้เท่าไร

ท็อปพิพัฒน์ ยังได้กล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบอีโคเฟรนด์ลี่ ที่นำมาปรับใช้กับชีวิตว่า ความหมาย คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกใบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เช่น การดื่มน้ำจากขวดพลาสติกเราสามารถใช้ได้ แต่เราควรแยกขยะให้ถูกต้อง เพื่อนำกลับไปรีไซเคิล ไม่ให้กลายเป็นขยะในหลุมฝังกลบ เช่นเดียวกับการเดินทาง

ถ้ามีโอกาสควรใช้ขนส่งสาธารณะ ในฐานะที่เราเป็นธุรกิจโซเชียลเอนเตอร์ไพร์ส ได้พัฒนา แอปอีโคไลฟ์ (ECOLIFE) เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในปีแรก ๆ ทำกับบริษัทเอกชน ที่ใช้แอปเข้ามาเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการในบริษัท จนสามารถคำนวณออกมาเป็นคาร์บอนฟุตพรินต์ได้ ใช้ประกอบรายงานความยั่งยืน ที่สามารถแสดงตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรับรอง

สิ่งที่เราพูดถึงความยั่งยืน คือ การพูดถึงอนาคต เช่นเดียวกับครั้งที่เราเผชิญกับโควิด จึงทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มีทางรอด ขณะเดียวกันเรารู้ว่า มีวิวัฒนาการที่จะทำให้เรารอด เช่นเดียวกับเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องอนาคต วันนี้เรามีไฟใช้ ในอนาคตน้ำจะท่วม จะใช้ชีวิตที่แย่ลงจากภัยธรรมชาติ จะส่งผลทำให้เราปรับพฤติกรรม เปรียบเทียบได้ว่าถ้าเรารู้อนาคตหากเราไม่ทำดีกับใครบางคน หรือไม่ดูแลคนที่รัก เราจะรู้สึกแย่หากความสูญเสียเกิดขึ้น ไม่อยากให้เกิดคำพูดว่ารู้งี้ทำตั้งนานแล้ว

“เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเรื่องเล็ก ๆ ที่เราทำในวันนี้ มันจะช่วยรักษาโลกไว้ได้หรือเปล่า แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง แปลว่าเราสูญเสียโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว

นุ่นศิรพันธ์ บอกว่า ตัวเองไม่ต่างจากท็อป  คือ การยอมรับมองโลกความเป็นจริง เราทั้งสองมีทั้งความทุกข์และมีความสุข อยู่ที่มุมมองความบาลานซ์ ประคองให้อยู่กลาง ๆ บ้านเราชอบกลาง ๆ เวลามีความสุขมาก เช่น เวลามีคำชม เราสองคนช่วยกันดึงไม่ให้เตลิด เวลามีความทุกข์จะมีอีกคนช่วยดึง นิยามความสุขคืออยู่บนความจริงให้อยู่ไปเรื่อย ๆ

“ปีหนึ่งเราจะประมาณการว่าเราจะป่วยบ่อยไหม ชอบเที่ยวแบบไหน ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ เราไม่มีลูกจึงวางแผนว่าในชีวิตบั้นปลายจะไม่มีใครดูแล ดังนั้นจึงต้องมีเงินออมเพื่อที่จะไม่ทำให้ลำบาก เมื่อทำได้เช่นนี้ทำให้ลดความเครียดการใช้ชีวิตไปได้ 80% ในฐานะที่ทำธุรกิจ เมื่อยอดขายลดลงทำให้เกิดความเครียดได้ แต่เมื่อย้อนหันมาดูยอดเงินที่แต่ละเดือนออมได้ตามเป้า ทำให้ความเครียดลดลง ทั้งนี้ความสุขแบบยั่งยืนมีหลายมิติ ยอมรับว่าครอบครัวของตัวเอง เห็นเงินสำคัญ เงินทำให้ชีวิตได้ใช้ชีวิต เดิมคิดว่าใครที่คิดเรื่องเงินคือเห็นแก่ได้ พอมาทำธุรกิจ เงิน คือการขับเคลื่อนที่สำคัญ”

ถ้าเลือกหนึ่งอย่างในชีวิตความสุขคืออะไร เราจะเลือกทำในสิ่งที่เราชอบแล้วเราจะทำอย่างสม่ำเสมอ  เปรียบเทียบกับการลดน้ำหนัก เช่น ถ้าเราทำสิ่งที่ทำไม่ได้จะล้มเลิก ความยั่งยืนคือการทำอย่างสม่ำเสมอ ทำในสิ่งที่เราทำได้ นุ่นเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำได้ จนกลายเป็นนิสัย รักน้อย ๆ แต่รักนาน ๆนุ่นศิรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย.