สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่าเมื่อปี 2564 อินโดนีเซียออกกฎเกณฑ์ตลาดคาร์บอน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดคาร์บอนเครดิต มากกว่าการทำธุรกรรมในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ ก่อนจะล้มเลิกการซื้อขายเครดิตข้ามพรมแดนทั้งหมด เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของตนเอง ท่ามกลางความกังวลถึงราคาที่ต่ำ และประเทศผู้ขายที่ไม่ได้รับประโยชน์จากตลาด

อย่างไรก็ดี กฤษฎีกาประธานาธิบดีฉบับใหม่ ซึ่งลงนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีการเผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อวันพุธ (15 ต.ค.) อนุญาตให้การซื้อขายการชดเชยทางคาร์บอนระหว่างประเทศ กลับมาดำเนินการได้อีกครั้งตามมาตรฐานระดับชาติ หรือมาตรฐานที่ถูกกำหนดโดยกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) และหน่วยงานรับรองระหว่างประเทศอื่น ๆ

นอกจากนั้น ได้มีการจัดตั้งระบบทะเบียนแบบกระจายอำนาจ สำหรับหน่วยคาร์บอนที่โปร่งใส และดำเนินการแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการนับจำนวนการปล่อยคาร์บอนที่ซ้ำซ้อน

ผู้นำอินโดนีเซียมีแผนสร้างแหล่งเงินทุน ด้วยการขายเครดิตคาร์บอนให้กับผู้ซื้อต่างชาติผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการอนุรักษ์ป่าฝน โดยในปีนี้ ได้ลงนามในข้อตกลงยอมรับร่วมกันกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อรับรองโครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ เวอร์รา, โกลด์ สแตนดาร์ด, โกบอล คาร์บอน เคาน์ซิล, แพลน วีโว และกลไกเครดิตร่วม (เจซีเอ็ม).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES