บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ ‘ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste’ ภายใต้แนวคิด ‘ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth’ เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะอาหารตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยตั้งเป้าลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ล่าสุดได้พัฒนา ‘แม็คโคร สาขาสมุทรปราการ’ ให้เป็นสโตร์ต้นแบบการจัดการขยะอาหารที่สามารถลดขยะสู่หลุมฝังกลบได้ 100% ผ่านการนำอาหารส่วนเกินจากการจำหน่ายส่งต่อให้เกษตรกรในพื้นที่นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์และทำปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเกษตร สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

‘ศิริพร เดชสิงห์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร สาขาสมุทรปราการ เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยหัวใจสำคัญคือการส่งต่ออาหารส่วนเกินให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เช่น ปลาและกบ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์และลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องกำจัด เป็นการสร้างคุณค่ากลับคืนให้กับสิ่งที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า พร้อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งชุมชน เกษตรกร และสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โมเดลการบริหารจัดการดังกล่าวดำเนินการอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ปี โดยแม็คโคร สาขาสมุทรปราการ จะนำอาหารส่วนเกินที่ผ่านการคัดแยกและควบคุมคุณภาพส่งต่อให้กับวิสาหกิจชุมชนปลาสลิดและผลผลิตการเกษตรบางเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ เช่น ปลาสลิด ปลาสวาย ปลาบึก กบ และเป็ด โดยผ่านกระบวนการปรับสภาพให้เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด ขณะที่ส่วนที่เหลือยังสามารถใช้ผลิตปุ๋ยหมักสำหรับเพาะปลูก หรือนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้ปรับสภาพแหล่งน้ำได้อีกด้วย ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลงได้กว่า 80% พร้อมเพิ่มคุณภาพผลผลิตและความมั่นคงทางรายได้

‘From Waste to Wealth’ จึงไม่เพียงมุ่งสู่การลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังถือการสร้างสังคมที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นต้นแบบในการพัฒนาโมเดลบริหารจัดการขยะอาหารครบวงจร ซึ่งบริษัทเตรียมขยายผลไปยังสาขาอื่นทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความยั่งยืนให้กับเกษตรกร ชุมชน และสังคมไทยในระยะยาวต่อไป