เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ ห้องประชุม 10-09 (Auditorium) ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว รัฐบาลเปิดปฏิบัติการทลายเว็บพนันออนไลน์ ส่งดีเอสไอร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ลุยจับหลายเครือข่ายใหญ่ เงินหมุนรวมกันกว่า 17,200 ล้านต่อปี

โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า จากกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้ข้อมูลและแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดให้ทราบ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ร่วมมือกันทำงานสืบสวนสอบสวนในทางลับ และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งมีการกระทำเป็นเครือข่ายในหลายพื้นที่ หลายจังหวัดของประเทศไทย โดยข้อมูลเบื้องต้นพบมีการเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายนอกประเทศ ทั้งเครือข่ายผู้กระทำความผิดที่เป็นคนไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ ดีเอสไอได้ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ลุยจับหลายเครือข่ายใหญ่ เงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 17,200 ล้านต่อปี มีผู้ต้องหา จำนวน 52 ราย

สำหรับรายละเอียดการจับกุมผู้กระทำความผิดครั้งนี้ ดีเอสไอสามารถจับกุมเครือข่าย ดังนี้ gts89.com และ gtb89.com เงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ส่วนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับรวมทั้งสิ้น 49 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 15,200 ล้านบาทต่อปี ได้แก่ 1.เครือข่าย “APP.789HENG” เงินหมุนเวียนกว่า 14,400 ล้านบาทต่อปี จากเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ เว็บไซต์ชื่อ “app.789heng.xyz” คาดว่าทำเงินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นทั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่, สระแก้ว, จันทบุรี และชลบุรี พร้อมกันทั้งหมด 11 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 15 ราย

ส่วนคดีที่ 2.เป็นเครือข่าย “SEXYBACCARAT4” เงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาทต่อปี จากเว็บไซต์ “sexybaccarat4 .com” โดยมีการค้นเป้าหมายทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดพร้อมกัน ทั้งหมด 4 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 8 ราย 3.เครือข่าย “หวยริช” หรือ “HUAYRICH” เงินหมุนเวียนกว่า 120 ล้านบาทต่อปี จากเว็บไซต์พนันออนไลน์ “หวยริช.news” หรือ “huayrich.vvipbx.com” ในพื้นที่ จ.เชียงราย ค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.เชียงราย 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 3 ราย 4.เครือข่าย MUNGME168 เงินหมุนเวียนกว่า 70 ล้านบาทต่อปี จากเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย “mungme168” จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย 5.เครือข่ายกดเงินบัญชีม้าส่งเจ้าของเว็บพนัน จากเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายต่างๆ อาทิ BACCARAT, GAME16, SEXXYBACCARAT, GOATHUB มีเงินหมุนเวียนระดับหลักร้อยล้าน ตรวจค้น 1 จุด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย และ 6.คดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 16 ราย

เมื่อถามว่าการจับกุมทั้ง 6 เว็บไซต์ในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับปมสินบน 40 ล้าน ของนายไชยชนก เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่าเชื่อมโยงกับสินบน 40 ล้านบาทอย่างไร แต่ก็มีบางส่วนที่เส้นทางการเงินไปแตะกัน ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการสืบสวน และสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจะไปถึงหรือไม่ ต้องขยายผลต่อ ส่วนที่นายไชยชนก ไปแจ้งความแล้ว กองบังคับการปราบปรามกำลังดำเนินการ

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การจับกุมทั้ง 6 เว็บไซต์นี้ ยืนยันว่าจะดำเนินการขยายผลให้มากที่สุด เบื้องต้นได้ดำเนินการจับกุมตามการแจ้งเบาะแสของ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งผู้ถือบัญชีม้า ผู้ทำหน้าที่กดเงิน ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างเกี่ยวข้องกับสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้มีเฉพาะแค่ 6 เว็บไซต์นี้เท่านั้น แต่ต้องขอระยะเวลาในการทำงานก่อน

ส่วนกรณีมีรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ แห่สแกนม่านตาเพื่อแลกรับเหรียญเป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซี ครั้งละ 500-2,000 บาท และมีการตั้งบริษัทกระจายไปหลายจังหวัดนั้น เรื่องนี้ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ระบุว่า ตอนนี้กำลังให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบอยู่ เพราะเท่าที่ทราบมาเบื้องต้น เป็นการว่าจ้างจากบริษัทมหาชนในเมืองไทย ร่วมมือกับบริษัทระดับโลก กระจายตัวอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งมีการรับสแกนม่านตาเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล โดยตอนนี้กำลังตรวจสอบว่ามีความผิดด้านกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ อย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นการว่าจ้าง แบบไม่ให้เป็นเงินสดตอบแทน และให้เป็นเหรียญอิเล็กทรอนิกส์แทน โดยบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทระดับโลกทำเช่นนี้ในหลายประเทศ เบื้องต้นบอกว่า แค่ใช้วิธีสแกนม่านตาเพื่อออกบาร์โค้ดแลกโทเคน จากนั้นก็ลบข้อมูลม่านตาทันที

เมื่อถามว่าการว่าจ้างแบบนี้มีผลประโยชน์ต่อกันหรือไม่ น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ตอนนี้เข้าใจว่าผู้ที่รับจ้างได้รับผลตอบแทนเป็นโทเคน (Token) เข้าไปในระบบ Wallet ซึ่งกรณีนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มีข้อกังวลและสั่งการทางศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ให้ตรวจสอบว่าการสแกนม่านตาดังกล่าว มีการนำข้อมูลเอาไปใช้ทำอะไร และได้มีการพูดถึงในคณะกรรมาธิการแล้ว ซึ่งทางกระทรวงเองได้ติดต่อไปทางบริษัทผู้ว่าจ้าง ให้ส่งเอกสารยืนยันการนำข้อมูลที่รวบรวม ว่าไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร กำลังตรวจดูอย่างเข้มข้น หากการสแกนม่านตาเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้งานในระดับโลก ทางเราก็จะไม่ไปจำกัด แต่ถ้าเป็นการใช้เทคโนโลยีมาทำร้ายพี่น้องประชาชนหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เราระงับแน่นอน ส่วนในอนาคตหากการเก็บข้อมูลตรงนี้ ถูกนำไปใช้กับ AI และมีผลกระทบกับประชาชน ตรงนี้จะมีมาตรการดูแลอย่างไรนั้น ทางกระทรวงดีอีเอสกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นพร้อมยืนยันว่า ไม่เกินสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า จะมีคำตอบในเรื่องนี้ออกมา และถ้าไม่มีคำตอบจากบริษัทผู้ว่าจ้างที่ชัดเจน เราก็จะระงับการดำเนินการของบริษัทดังกล่าวไว้ก่อน.