เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศภูฏาน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึงกรณีที่นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศและความร่วมมือแห่งกัมพูชา ระบุว่าไทยต้องรับเงื่อนไข 9 ข้อของกัมพูชาที่เสนอในการหารือ 4 ฝ่าย เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ในการขัดทำคำประกาศฟื้นฟูสันติภาพ ว่า ข่าวที่ออกมาว่าฝ่ายกัมพูชากำหนดเงื่อนไข 9 ข้อนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะไม่เคยคุยกันเรื่องเงื่อนไข เราคุยกันว่าเราตกลงกันว่าจะดำเนินการอะไรบ้างในการคลี่คลายปัญหาต่างๆ เพื่อเดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ เพราะถ้าไม่แก้ไขปัญหา 4 เรื่องหลัก ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังเดินหน้าไม่ได้ รวมทั้งเชลยศึก 18 คนด้วย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้ตกลงกันแล้วว่าจะหารือกันถึงแผนงานในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา เพราะไทยต้องการเห็นแผนงานและการดำเนินการอย่างจริงจังใน 4 เรื่องหลักเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะหารือในการประชุมจีบีซีที่กำลังจะมีขึ้น คือ 1.แผนงานเคลื่อนย้ายอาวุธหนักกลับสู่ที่ตั้งเดิม เพื่อลดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 2.แผนงานร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด และเริ่มมีการดำเนินการด้วย 3.แผนงานร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ 4.การแก้ปัญหาการรุกล้ำโดยเน้นสันติวิธี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตามชายแดน

“เมื่อมีการดำเนินการสิ่งเหล่านี้ให้เห็นผลแล้ว ฝ่ายไทยจะพิจารณาเรื่องการปล่อยเชลยศึก 18 คน นั่นเป็นสิ่งที่เราตกลงกัน และผมอยากชี้แจงตามข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมไม่ทราบว่าทำไมกัมพูชาออกข่าวว่าฝ่ายกัมพูชากำหนดเงื่อนไข 9 ข้อ ทั้งที่มันไม่ใช่ ซึ่งอาจเป็นการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน หรือเป็นการเสนอข่าวเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างที่แต่ละฝ่ายต้องดำเนินการภายใน รวมถึงยังต้องประชุมจีบีซี เราต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้าและคืบหน้าตามที่ได้คุยกันที่ กัวลาลัมเปอร์” นายสีหศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ให้ข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามผลการหารือในเวที 4 ฝ่าย จะทำให้เดินไปตามสิ่งที่หารือไว้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เดินไปได้ลำบากแน่นอน เพราะการเสนอข่าวควรหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวที่ถูกตีความในลักษณะคลาดเคลื่อน หรือมีการเสนอข่าวที่สร้างความได้เปรียบฝ่ายเดียว ไม่ควรกระทำ แต่เราต้องระมัดระวัง อย่างตน พยายามเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรามุ่งหวังผลที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ ดังนั้น ตนเป็นห่วงว่าการเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาที่ผ่านมา บางอย่างต้องรอให้มีการหารือกันเรียบร้อยก่อน เพราะเราอยากเห็นการบรรลุถึงเอกสารความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ผู้สื่อข่าวถามว่าไทยจะไม่เปลี่ยนทิศทางหลังจากนี้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพูดคุยกันในการประชุมจีบีซีให้ได้ผล และมีแผนงานในเรื่องต่างๆ เราก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้ามีการออกข่าวแบบนี้ ก็ต้องมีการชี้แจงกันไปมา ตอบโต้กันไปมา ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดทั้งสิ้น ดังนั้น เราควรมุ่งสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อให้การทำงานของคณะเจ้าหน้าที่ที่ต้องประชุมต่อไป ได้ทำงานบรรลุผลข้อตกในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

เมื่อถามว่าจะไม่ทำให้การประชุมระดับจีบีซีสะดุดใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยมาด้วยความจริงใจ ก็ขอให้กัมพูชามาด้วยความจริงใจเช่นกัน และยึดมั่นกับสิ่งที่ได้พูดคุยกันในการหารือ 4 ฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชามักนำเรื่องไปร้องเวทีระหว่างประเทศ และกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาร้องต่อข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ว่าไทยทำสงครามจิตวิทยาคุกคามกรณีบ้านหนองจาน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่า หากมีปัญหา ควรจะแก้ไขในกลไกระดับทวิภาคี อีกทั้งสหรัฐ และมาเลเซียเห็นว่าการแก้ไขที่ดีที่สุด คือการพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ต้องนำไปสู่เวทีระหว่างประเทศ เพราะไม่ได้เป็นการช่วยแก้ไขปัญหา