น.ส.วรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดครีมอาบน้ำปัจจุบันมูลค่า 9,200 ล้านบาท โดยช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เติบโต 2.9% และคาดว่าทั้งปีเติบโต 3% จากปกติเติบโตปีละ 3-4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดีหากเทียบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในการชำระล้างร่างกาย อานน้ำเช้า-เย็นทุกวัน

“โดยที่พบว่าครีมอาบน้ำกลุ่มบิวตี้มีการเติบโต 6% จากมูลค่า 5,500-5,600 ล้านบาท กลุ่มสุขภาพติดลบ 1.6% ลดลงจากปีก่อนที่ติดลบ 3% จากมูลค่า 1,400 ล้านบาท และครีมอาบน้ำสำหรับผู้ชายเติบโต 8.7% จากมูลค่า 3,700 ล้านบาท และแนวโน้มหลังจากนี้เชื่อว่ากลุ่มสุขภาพจะเติบโตมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากอัตราการติดลบที่น้อยลง”
สำหรับโชกุบุสซึปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 20% ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ1 ในช่วง 5 ปีติดต่อกัน ทิ้งห่างแบรนด์อันดับ2 ที่มาส่วนแบ่งการตลาดเพียง 3 % และเป็นอันดับ1 ในครีมอาบน้ำผู้ชายด้วยส่วนแบ่งการตลาด 57% โดยปีนี้ได้ใช้งบเพิ่มขึ้น 10% เพื่อทำการตลาดโดยใช้นางเอกชื่อดัง “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สำหรับช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์

นอกจากนี้ได้จับมือกับแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ของไทย “PIPATCHARA” ที่เคยถูกเลือกไปสวมใส่โดยศิลปินระดับโลก อาทิ ลิซ่า หรือ แอนน์ แฮททาเวย์ เพื่อเปิดตัวแคมเปญ “Go Green Go Glam” นำขวดพลาสติกใช้แล้วมาแปรรูปเป็นชุดแฟชั่นและกระเป๋าลิมิเต็ดผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำว่าแฟชั่นและความยั่งยืนสามารถอยู่ร่วมกัน
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา โชกุบุสซึ ยึดมั่นในพันธกิจส่งมอบความงามจากธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เราเลือกใช้สารทำความสะอาดจากพืชธรรมชาติถึง 99% พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา ทำให้สามารถลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 42 ตันต่อปี รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา โชกุบุสซึ ยังเลือกใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย พร้อมพัฒนาผลผลิตจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง เช่น เมล็ดมะไฟจีนในจังหวัดน่าน ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกด้วย”



