วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบมาตรการเศรษฐกิจด้านพลังงาน ภายใต้นโยบาย ควิก บิ๊ก วิน ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะเป็นการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน สร้างรายได้ชุมชน และเตรียมพร้อมอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ลงทุนในไทย

โดยมี 3 มาตรการ 9 โครงการ เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร การส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี โครงการโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า หรือวันที่ 28 ต.ค.68

ทั้งนี้ โครงการที่สามารถทำได้ทันทีก่อนสิ้นปีนี้ 3 โครงการ คือ โซลาร์ฟาร์มชุมชน , โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตรและโซลาร์รูฟท็อป ขณะที่การประชุมในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เชิญผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ,ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้ามาร่วมรับฟังด้วย เพื่อจะได้รับนโยบายไปช่วยกันขับเคลื่อนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ทันที

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกกระทรวงพิจารณาถึงโครงการหรือกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ที่ไม่ใช่งานทั่วไป และดำเนินการได้ภายในเวลา 3 เดือนที่เหลือ และส่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อรวบรวม และนำมารายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจในการประชุมทุกครั้ง ซึ่งข้อมูลประกอบด้วย ต้นทุน งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะเกิดจากการดำเนินโครงการให้ชัดเจน

“นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ทุกโครงการและกิจกรรมที่รัฐบาลจะดำเนินการจะต้องมีความโปร่งใส ยึดหลักวินัยการเงินการคลัง ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือของประเทศไทยต่อนักลงทุนและเครดิตเรตติ้ง รวมทั้งให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามแผนงานที่นำเสนอ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายระเบียบ และ มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงานอย่างเต็มที่ด้วย”

ขณะที่ในการประชุม ครม. วันที่ 21 ต.ค.นี้ จะมีการเสนอมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว และท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการประชุมครั้งที่แล้ว โดยในการประชุมครั้งต่อไป คาดว่าจะเป็นการหารือกันเรื่องมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ การค้า การส่งออกรวมถึงการดูแลค่าครองชีพประชาชน