เมื่อวันที่ 21 ต.ค. บรรยากาศการยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงคึกคักและตึงเครียด โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม มีประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวรอตั้งแต่เช้ามืด บางรายมาถึงตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อจับจองคิวแรก ๆ ในการเข้ารับการยืนยันตัวตน เพื่อให้ทันรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส รอบเก็บตก
หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 20 ล้านสิทธิ ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากภาครัฐระหว่าง 2,000-2,400 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการจากเฟส 5 รายเดิมส่วนใหญ่จะได้รับการยืนยันสิทธิอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ส่วนผู้ลงทะเบียนใหม่จะต้องรอผลการยืนยันสิทธิทาง SMS และแอปพลิเคชันภายใน 3 วัน
ประชาชนส่วนใหญ่ที่เร่งเดินทางมาถึงธนาคารตั้งแต่ก่อนเวลาทำการนั้น เนื่องมาจากความกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อน หรือมีปัญหาในการยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าหลายรายประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือจำหมายเลขโทรศัพท์ตนเองไม่ได้ ทำให้ต้องเดินทางมายืนยันตัวตนที่ธนาคารซ้ำเป็นรอบที่สอง

นางนิกร ศรีคำ ชาวบ้านหนองแสง ต.โคกก่อ อ.เมือง เล่าด้วยความหวังว่า วันนี้เป็นรอบที่ 2 ที่ตนเองเดินทางมา เพราะเมื่อวานทำรายการไม่สำเร็จ ตนเองมีอาชีพทำนา ซึ่งเงินจากโครงการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้มาก “ถือเป็นความหวัง หากได้เงินมาจะนำมาใช้จ่ายในครอบครัวซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อีกระดับหนึ่ง” นางนิกร กล่าว
ด้าน นายคำ สิทธิดา ชาวตำบลวังแสง อ.แกดำ เป็นอีกรายที่ตื่นตั้งแต่ตี 3 และมาถึงธนาคารเมื่อเวลา 05.00 น. โดยเตรียมพร้อมทั้งบัตรประชาชนและจดเบอร์โทรศัพท์มาอย่างดีเพื่อป้องกันความผิดพลาด นายคำ ระบุว่า ขั้นตอนการทำรายการค่อนข้างยุ่งยากสำหรับคนทำนาอย่างตนเอง และขณะนี้ข้าวยังไม่ได้ขาย แถมมีหนี้สิน โครงการคนละครึ่งจึงเป็นสิ่งเดียวที่รอคอย “เงินหมื่นไม่เคยได้… จึงหวังว่าโครงการนี้จะช่วยได้บ้าง” นายคำ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จและผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว จะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้



