สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่านายนิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางเข้าสู่เรือนจำ ลา ซ็องเต ในกรุงปารีส เพื่อรับโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี ตามความผิดซึ่งศาลพิพากษา เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ว่าอดีตผู้นำฝรั่งเศสวัย 70 ปี ซึ่งปกครองประเทศระหว่างปี 2550-2555 สมรู้ร่วมคิดเพื่อสร้างผลประโยชน์จากเงินทุนหาเสียง ที่ได้รับจากพ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการของลิเบีย ก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2550


สำนวนของอัยการระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 ทีมงานของซาร์โกซีทำข้อตกลงกับพ.อ.กัดดาฟี เพื่อการระดมทุนอย่างผิดกฎหมายให้กับการหาเสียงเลือกตั้งของซาร์โกซีในอีก 2 ปีหลังจากนั้น โดยสิ่งตอบแทน คือการที่ฝรั่งเศสต้องสนับสนุนลิเบียในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ


แม้ศาลตัดสินว่า ซาร์โกซีมีความผิดฐานสมคบคิดทางอาญา แต่ไม่ได้สรุปว่า อดีตผู้นำฝรั่งเศสรับหรือใช้เงินทุนดังกล่าวในการหาเสียง และศาลยกฟ้องจำเลยจากอีกหลายข้อกล่าวหา ซึ่งทีมทนายความมองว่า ยังมีช่องทางให้ได้รับโอกาสปล่อยตัว จึงตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์กรุงปารีสมีเวลาพิจารณาเรื่องนี้นานสูงสุด 2 เดือน


ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวฝรั่งเศสเกี่ยวกับคดีของซาร์โกซี พบว่า 6 ใน 10 มองว่า การตัดสินของศาล “เหมาะสมแล้ว” นอกจากนี้ หลายฝ่ายจับตาไปยังเหตุการณ์ที่ซาร์โกซีเข้าพบประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ก่อนไปรับโทษจำคุก ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสชี้แจงว่า การต้อนรับอดีตประธานาธิบดี “เป็นเรื่องปกติ”


ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่ซาร์โกซีต้องเข้าสู่เรือนจำ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นอดีตประมุขแห่งรัฐของประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) คนแรกที่ถูกจำคุก และเป็นอดีตผู้นำฝรั่งเศสคนแรกที่ถูกจองจำนับตั้งแต่จอมพล ฟิลิป เปแตง ซึ่งร่วมมือกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง.

เครดิตภาพ : AFP