เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ วัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นางสาวนลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด ในฐานะตัวแทนมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล ร่วมกับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ นำโดย พลอากาศตรี สมบัติ วงศาโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ, นาวาอากาศเอก จรินทร์ ปราบศรีภูมิ รองผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ, นาวาอากาศเอก อดิศักดิ์ ศรีสารากร ผู้อำนวยการกองบรรเทาสาธารณภัย สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และนาวาอากาศเอก ปิยะ พลนาวี รองผู้อำนวยการกองบรรเทาสาธารณภัย สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ นายจิรวัฒน์ สืบจากปล้อง ปลัดอำเภอชำนาญการ อำเภอบางบาล, น.ส.จิรมณฑ์ ใบโพธิ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางบาล ร่วมกันนำถุงยังชีพจำนวน 350 ชุด และน้ำดื่ม 300 แพ็ก และชุดยาสามัญประจำบ้าน 100 ชุด เพื่อมอบให้พี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยในเขต ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

นางสาวนลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด เดลินิวส์ กล่าวว่า วันนี้ในฐานะตัวแทนของมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และเดลินิวส์ ได้ร่วมกับกองทัพอากาศ ลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อได้มาเห็นสภาพพื้นที่และความเสียหายด้วยตาตัวเอง ก็รู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนอดทน และร่วมกันผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ไปให้ได้โดยเร็ว ถุงยังชีพที่นำมามอบในวันนี้ เป็นน้ำใจจากเหล่าพันธมิตรของมูลนิธิฯ และเดลินิวส์ ที่ร่วมกันส่งต่อความห่วงใย มาถึงมือพี่น้องประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอากาศที่น่ารักของเรา คอยช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่

ในฐานะตัวแทนของมูลนิธิฯ และเดลินิวส์ ดิฉันขอทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งสะพานเสียง ส่งต่อข่าวความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ถึงหน่วยงานรัฐและรัฐบาล เพื่อให้เข้ามาดูแลและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของทุกคน ให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน นางสาวนลิน กล่าว

พลอากาศตรี สมบัติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ได้รับรายงาน พี่น้องในชุมชนยังคงต้องเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมที่สูงถึงชั้นสองของบ้านในหลายหลัง แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้าง ตามการปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา แต่ผลกระทบยังคงรุนแรงมาก โดยเฉพาะในคลองบางหลวง ที่ระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่งกว่า 2 เมตร ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ต้องหนุนพื้นบ้าน สร้างนั่งร้านไม้สูงเมตร เพื่อทำที่นอนและประกอบอาหาร และในทุกวิกฤติที่พี่น้องประชาชนประสบภัยพิบัติ กองทัพอากาศได้ยึดมั่นในภารกิจหลักคือ “ประชาชนคือศูนย์กลาง” เราพร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์วิกฤติมาเสมอ
พลอากาศตรี สมบัติ กล่าวอีกว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรัดนำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ทั้งทางบกและทางน้ำ เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งได้นำถุงยังชีพร่วมกับมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และเดลินิวส์ ซึ่งเป็นภาคีเครือข่าย ให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้สูงอายุและครัวเรือนที่อยู่ริมน้ำอย่างทันท่วงที และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้อง ได้มีพลังที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 12 อำเภอ 153 ตำบล 933 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 52,548 ครัวเรือน โดยในอำเภอบางบาล มีทั้งหมด 16 ตำบล 111 หมู่บ้าน ประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม จนถึงปัจจุบันมีชาวบ้าน 6,686 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตร 396.88 ไร่ พื้นที่การประมง 16 ไร่ โรงเรียน 9 แห่ง ศาสนสถาน 14 แห่ง และเส้นทางสัญจรในหมู่บ้าน 12 แห่ง สถานที่ราชการ 11 แห่ง ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินแล้ว.



