สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า นางโลรองซ์ เดส์ การ์ส ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านการสอบสวนของวุฒิสภาฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถาม เกี่ยวกับเหตุโจรกรรมเครื่องเพชรครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เดส์ การ์ส ยืนยันว่า ระบบเตือนภัยและกล้องวงจรปิดในทุกจุดของพิพิธภัณฑ์ ทำงานตามปกติในช่วงเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า มีกล้องเพียงตัวเดียวที่ติดตั้งหันไปทางทิศตะวันตก และไม่สามารถบันทึกสถานการณ์ได้ครอบคลุมถึงระเบียงของหอศิลป์อะพอลโล ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดการโจรกรรม
ขณะเดียวกัน เธอเสริมว่า กล้องวงจรปิดบางตัวที่ติดตั้งอยู่บนกำแพงของพิพิธภัณฑ์ “เป็นของเก่า” และมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม เดส์ การ์ส ยืนยันว่า งบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัยที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้รับมา 80 ล้านยูโรนั้น (ราว 3,046.08 ล้านบาท) ใช้อย่างคุ้มค่า ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่อง “ความล่าช้าอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ เดส์ การ์ส กล่าวว่า กลุ่มคนร้าย “มีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก” เนื่องจากสามารถเจาะกระจกตู้โชว์ที่เก็บเครื่องประดับและเครื่องเพชรแต่ละชิ้น โดยไม่มีร่องรอยแตกร้าวแม้แต่นิดเดียว แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบของมีค่า แม้ทำมงกุฎเพชรตกชิ้นหนึ่งระหว่างหลบหนีก็ตาม
ด้านสำนักงานอัยการกรุงปารีสออกแถลงการณ์ ว่าความเสียหายจากเหตุโจรกรรมทรัพย์สินล้ำค่า 8 ชิ้น ภายในหอศิลป์อะพอลโล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประเมินแล้วอยู่ที่ราว 88 ล้านยูโร (ราว 3,352.62 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ การสูญเสียมรดกทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส พร้อมเตือนว่า การนำเครื่องเพชรทั้ง 8 ชิ้นไปแปรสภาพ ถอดชิ้นส่วน หรือนำไปหลอม “เป็นความคิดที่เลวร้ายมาก”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



