ล่าสุด จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการเหมืองแร่ในพื้นที่กลุ่มเขาเชิงเทียน จังหวัดชลบุรี ถือเป็นภารกิจสำคัญภายใต้นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของประเทศให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ดำเนินการอย่างเข้มข้นใน 3 ประเด็น เพื่อให้เป็นเหมืองแร่สีเขียว อยู่ร่วมกับชุมชนได้ 1.ให้ความสำคัญกับมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โดยเหมืองแร่ที่ผลิตหินปูนและหินแกรนิตต้องมีการจัดการฝุ่นละอองและเสียงที่เกิดจากการระเบิดและการโม่หินอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชน รวมทั้งฟื้นฟูพื้นที่หลังการทำเหมืองแร่ให้สามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้

2. ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการเหมืองแร่และสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ต้องมีมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของหน้าเหมืองที่มีความสูงชัน เพื่อป้อง กันอุบัติเหตุและการเกิดเหมืองถล่ม และ 3. การดูแลชุมชนในพื้นที่รอบเหมืองแร่ ควรมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ได้จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ ซึ่งเป็นเงินที่รัฐจัดเก็บจากการอนุญาตประทานบัตรและอาชญาบัตรสำรวจแร่ โดยในปี 2558 ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 420 ล้านบาท ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ปีที่แล้วจัดสรรไปกว่า 500 ล้านบาท คาดว่า เงินจำนวน 420 ล้านบาทนี้ จะถึง อปท. ทั่วประเทศในวันที่ 22 ต.ค.นี้ นำไปใช้ในโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและดูแลชุมชนรอบเหมืองแร่

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า โครงการทำเหมืองแร่ในพื้นที่เขาเชิงเทียน เป็นกลุ่มชมรมผู้ประกอบการแร่รวม 7 แปลง มีเนื้อที่รวมประมาณ 800 ไร่ เป็นขุมเหมืองที่มีพื้นที่มากที่สุดในเมืองชลบุรี โดยรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือกันทั้งในด้านการประกอบธุรกิจ การพัฒนา โดยใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรอบเหมือง มีการประกอบกิจการเหมืองแร่ที่เกิดผลกระทบต่ำ รวมถึงมีการสื่อสารกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดการยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ สอดคล้องกับการดำเนินโครงการ “เหมืองแร่สีเขียว” ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของเหมืองให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีสะอาด การจัดการน้ำเสีย การลดปริมาณฝุ่น ไปจนถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศหลังการทำเหมือง
“แหล่งหินในพื้นที่เขาเชิงเทียนสามารถรองรับความต้องการโครงการ อีอีซี ได้อีกประมาณ 10 ปี อย่างไรก็ตาม กพร. ตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดหาแหล่งหินสำรองเพิ่มเติม จึงได้เร่งสำรวจและพิจารณาอนุญาตประทานบัตรแหล่งแร่อื่น ๆ ในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นหากต้องนำหินมาจากพื้นที่ที่ห่างไกล จำเป็นต้องหาให้มีปริมาณหินเพียงพอต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในเขตอีอีซี ที่ปัจจุบันราคาหินสูงกว่าราคาประกาศ เนื่องจากมีความต้องการสูง ขณะเดียวการขอสัมปทานบัตรใช้เวลา 1-2 ปี จึงสามารถออกใบอนุญาตได้จึงต้องเร่งดำเนินการ” .



