เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68​ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกประกาศสั่งห้ามบุคคลเข้าพื้นที่น้ำตกแม่กระดังลา หลังเกิดเหตุชายวัย 23 ปี ลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถขยับตัวได้ โดยการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ถนนเป็นทางลูกรัง และห่างไกลชุมชน โดยล่าสุดได้นำส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างปลอดภัยแล้ว

คุณพร้อมไหม! อุทยานฯแก่งกระจาน​ ชวนสายลุยเที่ยว ‘น้ำตกแม่กระดังลา’

นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.24 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ได้รับรายงานจากหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานเขาพุพลู ว่ามีประชาชนลื่นล้มบริเวณน้ำตกแม่กระดังลา จึงได้สั่งการให้ชุดกู้ภัยและค้นหาของอุทยานฯ ประสานงานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญสถานจังหวัดเพชรบุรี เข้าให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

จากการตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถขยับตัวได้ การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่จุดเกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากชุมชน สภาพถนนเป็นทางลูกรัง และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยสามารถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และนำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ออกประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่น้ำตกแม่กระดังลาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากปัจจุบันน้ำตกแห่งนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามระเบียบ จึงยังไม่มีความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับการท่องเที่ยว​ อีกทั้งระยะทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.5 (เขาพุพลู) ไปยังน้ำตกแม่กระดังลา มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย​ อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ รวมถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอต่อการดูแลและอำนวยความสะดวกต่อประชาชนที่จะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวโดยทางอุทยานฯ จะเร่งดำเนินการพัฒนา เพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน​ ปลอดภัย​และถูกต้องตามระเบียบ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

สำหรับการเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเคสนี้ ปกติตามขั้นตอนต้องใช้ทีมกู้ภัยขั้นสูง และอุทยานฯ แก่งกระจาน มีทีมกู้ภัยที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุได้ใช้ทีมกู้ภัยของอุทยานฯ แค่ 2 นาย เข้าไปช่วยคนเจ็บร่วมมูลนิธิสว่างฯ นำคนเจ็บออกมาส่ง รพ. อย่างทุลักทุเล และเส้นทางที่เดินเข้าไปก็เป็นระยะเวลานานกว่า 5 ชั่วโมงด้วย.