เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่อาคารแพลตทินัมฮอล์ จ.กระบี่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พบปะกลุ่มสตรีแม่บ้าน อบจ.กระบี่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จังหวัดกระบี่ โดยนายอนุทิน ได้กล่าวสวัสดีเป็นสำเนียงใต้ พร้อมชื่นชม อสม. ว่า เป็นสิ่งที่ประเทศไทยมี แต่ประเทศอื่นไม่ ไม่ว่าโรคอะไรมาก็สามารถสู้รบได้ทั้งหมด นี่คือความเข้มแข็งของการเป็น อสม. จึงขอฝาก อสม. อย่าทิ้งประชาชน เพราะ อสม.คือหมอคนแรกของประชาชน และตนหวังว่าโครงการผู้ช่วยพยาบาล 1 ตำบล 1 ผู้ช่วยพยาบาลน่าจะยังอยู่ ซึ่งเราจะเห็นว่าเวลาที่ประชาชนเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าสามารถเป็นตัวแทนของแพทย์ให้การดูแลปฐมพยาบาลขั้นแรกได้ ก็จะทำให้คนมีกำลังใจ และรู้สึกปลอดภัย
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า หากประเทศเข้มแข็ง อย่าว่าแต่ 3,000 เลย 5,000 บาท ก็ให้ เราก็ไปจัดการเรื่องยาเสพติด ต้องถือว่ามันเป็นเสนียดจัญไรของบ้านเข้ามาไม่ได้ ใครทำคนนั้นต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันอยู่กับมือเราทั้งนั้น ดังนั้น อย่าคิดว่าทำไม่ได้
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ถามบรรดา อสม. และกลุ่มสตรี ว่า อย่าลืมเรื่องลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ลงแล้วหรือยัง ถ้ายัง เดือน ม.ค. หาวิธีเยียวยากัน คนที่ลงทะเบียนแล้วต้องทำความเข้าใจให้ดีโครงการคนละครึ่งเป็นการจ่ายร่วมกัน ท่านต้องจ่ายรัฐก็ช่วยจ่าย ถ้าท่านไม่จ่ายท่านก็เสียสิทธิ ดังนั้น จะต้องช่วยกันจับจ่ายใช้สอย
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า น่าจะมีข้อสรุปที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีการเสียดินแดน และไม่เสียเกียรติภูมิแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และจะต้องไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อของพี่น้องทั้งนั้น เขาจะต้องถอนอาวุธถอนกับระเบิดออกไป และเขาต้องใช้วิธีการทั้งหลายที่จะต้องปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลวงประชาชน แล้วเราก็จะรักษาแผ่นดินของเรา หาข้อสรุปที่จะจบให้ได้โดยที่เราจะไม่มีการเสียเปรียบใดๆ ทั้งสิ้น จะค่อยๆ มีข่าวดีทีละนิด แล้วประเทศไทยก็จะกลับมาสู่ความสงบสุข สร้างชีวิตสร้างความสามัคคีให้กับประเทศอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายอนุมัติงบประมาณในการทำนโยบายต่างๆ ว่า ตอนนี้ขอมัดจำไว้ 4 เดือน เพื่อใช้ใน 4 ปี และขอ สส.ทั้ง 3 เขตอีกครั้งในสมัยหน้า



