สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ เรื่องการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ไปประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อเพิ่มพูนและขยายขีดความสามารถที่มีอยู่ในการขัดขวางการค้ายาเสพติดและลดทอนศักยภาพขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้กองทัพสหรัฐปฏิบัติการทางทหารในแถบทะเลแคริบเบียน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่เรือซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติด โดยมีการทำลายเรือไปแล้วอย่างน้อย 10 ลำ และมีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 43 คน
Breaking news: The Pentagon signaled an expansion of its military campaign against “Transnational Criminal Organizations” in Latin America, saying it will deploy aircraft carrier USS Gerald R. Ford and its associated warships to the region in coming days. https://t.co/4rjD0VOn2c
— The Washington Post (@washingtonpost) October 24, 2025
การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือสมาชิกแก๊งเตรน เดอ อารากัว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ด้านนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่ลังเลที่จะปฏิบัติต่อสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติด แบบเดียวกับที่สหรัฐเคยปฏิบัติต่อขบวนการอัล-กออิดะห์ และส่งสัญญาณ “ปฏิบัติการทางบก”
ขณะที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวว่า การเสริมกำลังนี้มีเป้าหมายเพื่อ “สร้างสงคราม” และเตือนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ยังไม่หยุดสร้าง “สงครามที่ไม่สิ้นสุดครั้งใหม่” เวเนซุเอลามีขีปนาวุธแบบเคลื่อนจากพื้นสู่อากาศแบบพกพาของรัสเซีย 5,000 ลูก อยู่ในคลังแสง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ
ทั้งนี้ นอกจากการส่งเรือยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด การเสริมสรรพาวุธทางทหารของสหรัฐในบริเวณนี้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น รวมถึงการประจำการเครื่องบินรบเอฟ-35 และฝูงเรือรบ ยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่ายในเวเนซุเอลา ว่ารัฐบาลวอชิงตันต้องการโค่นอำนาจมาดูโรอย่างแท้จริง โดยอ้างเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นฉากบังหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



